เช้านี้ที่หมอชิต - หลายฝ่ายรุมประณามกลุ่มคนร้าย สวมผ้าคลุมฮิญาบของผู้หญิง ดักยิงรถดาบตำรวจที่มีภรรยาและลูกอีก 2 คน นั่งมาด้วย จนทำให้ภรรยาเสียชีวิต
เป็นเหตุการณ์บีบหัวใจที่หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ อบต. และพลเมืองดี วิ่งเข้าไปอุ้มเด็กหญิงอายุ 2 เดือน ซึ่งยังมีผ้าอ้อมพันรอบลำตัวออกจากรถเก๋งคันเกิดเหตุ โดยพบว่าเด็กหญิงมีบาดแผลถูกสะเก็ดกระสุนปืนได้รับบาดเจ็บ แต่ยังมีชีพจรเต้นอยู่ ก่อนรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล
ซึ่งเหตุการณ์นี้ คนร้าย 4 คน แต่งกายเป็นผู้หญิง สวมผ้าคลุมฮิญาบปิดบังใบหน้า ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน ไปดักยิง ดาบตำรวจ อดุลย์ ที่กำลังนั่งรถไปกับภรรยาที่อุ้มลูกสาวอายุ 2 เดือน และลูกอีกคนนั่งอยู่ที่เบาะด้านหลัง เพื่อไปรับลูกที่เพิ่งเลิกเรียน
เหตุการณ์นี้ทำให้ นางฟาตีเมาะ ภรรยาของดาบตำรวจ ซึ่งเป็นครูโรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ เสียชีวิต ส่วนลูกสาวอายุ 2 เดือน แพทย์เปิดเผยว่าปลอดภัย และกินนมได้ตามปกติแล้ว
ซึ่งผู้ที่เสียใจที่สุด คือ ดาบตำรวจอดุลย์ ที่ได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่ขา เปิดเผยขณะเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลปัตตานีว่า ปกติหน้าที่ไปรับส่งลูกจะเป็นหน้าที่ของภรรยา แต่ช่วงนี้ภรรยาลาคลอด อีกทั้งโรงเรียนเพิ่งเปิดเรียนได้เพียง 1 สัปดาห์ จึงเป็นคนไปรับลูกแทน โดยเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเฝ้าสังเกตพฤติกรรมมาระยะหนึ่งแล้ว และอาจมีคนในพื้นที่รู้ว่าตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แม้จะใช้รถเก๋งของภรรยา และไม่เคยแวะที่อื่นระหว่างทางก็ตาม ยอมรับว่า ยังทำใจไม่ได้ และไม่รู้จะพูดอะไร เพราะเป็นความสูญเสียที่หนักหนา แต่หลังจากนี้ยังต้องเดินหน้าชีวิตต่อไป โดยเฉพาะเพื่อลูกทั้ง 4 คน ที่ปลอดภัยแล้ว พร้อมยืนยันว่าจะพยายามทำหน้าที่พ่อให้ดีที่สุด
โดยการเข้าสัมภาษณ์ครั้งนี้ ทีมข่าวได้เข้าไปพร้อมกับ พลตำรวจตรี สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี เข้าเยี่ยมให้กำลังใจ ดาบตำรวจ อดุลย์ ที่นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลปัตตานี
ขณะที่ช่วงบ่ายวานนี้ นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อม นายมะยูโช๊ะ กูเตะ นายอำเภอยะรัง ได้เข้าไปเยี่ยมให้กำลังใจกับ ดาบตำรวจ อดุลย์ และลูกสาวอายุ 2 เดือน พร้อมทั้งมอบกระเช้าและเงินเยียวยาเบื้องต้น
โดยเมื่อวาน ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ "พี่สาว" ของดาบตำรวจผู้บาดเจ็บ กำลังป้อนนมให้กับทารกวัย 2 เดือน ซึ่งเป็นลูกของผู้เสียชีวิต
พร้อมระบุข้อความ ครูฟาตีเม๊าะ ชีวิตของแม่คนหนึ่งถูกพรากไปต่อหน้าครอบครัว ด้วยความรุนแรงที่ไม่มีคำอธิบายใดจะทำให้ยอมรับได้
สิ่งที่สะเทือนใจที่สุด ไม่ใช่เพียงเสียงปืนในวันเกิดเหตุ แต่คือ น้ำนม จากหัวใจของคนเป็นแม่ ที่ตั้งใจจะดูแลลูกน้อยให้เติบโต
แต่กลับกลายเป็นสิ่งแทนความรักชิ้นสุดท้าย ที่ผู้เป็นแม่ฝากไว้บนโลกใบนี้ เด็กคนหนึ่งต้องเติบโตขึ้นโดยไม่มีอ้อมกอดของแม่
ครอบครัวหนึ่งต้องแตกสลาย และสังคมต้องตั้งคำถามอีกครั้งว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้…พรากชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปอีกกี่คนแล้ว
ไม่มีอุดมการณ์ใด ไม่มีข้ออ้างทางการเมืองหรือศาสนาใด จะทำให้การยิงผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังอุ้มลูกน้อย เป็นเรื่องที่ยอมรับได้
และเพจฯ ทีมโฆษก กอ.รมน. โพสต์ประณามการกระทำของกลุ่มคนร้ายว่า ไร้มนุษยธรรม เพราะเสียงปืนไม่ได้พรากแค่ชีวิตแม่คนหนึ่ง แต่ทิ้งเด็กทารกไว้ท่ามกลางความสูญเสียอันโหดร้าย กอ.รมน. ขอประณามการกระทำอันไร้มนุษยธรรม และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย จากเหตุคนร้ายแต่งหญิงคลุมฮิญาบประกบยิงตำรวจต่อหน้าครอบครัว เป็นเหตุทำให้ภรรยาเสียชีวิต ขณะอุ้มเด็กทารกอยู่ในรถ
ส่วนเพจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาิต หรือ กสม. ก็ได้มีการโพสต์ประณามการกระทำอันโหดร้ายที่กระทำต่อผู้หญิงและเด็กในกรณีที่เกิดขึ้น
โดย กสม. ยืนยันว่า สิทธิและความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนต้องได้รับ โดยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ร่วมกันปกป้องและสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับประชาชนโดยเฉพาะเด็กและผู้หญิง และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว
ขณะที่ โรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ ซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ และเป็นสถานที่ทำงานของ คุณครูฟาตีเมาะ ผู้เสียชีวิตด้วย วันนี้โรงเรียนเปิดการเรียนการสอนปกติ มีคณะครู นักเรียน และผู้นำศาสนา ร่วมกันละหมาด ขอพรให้ผู้เสียชีวิต
ขณะเดียวกัน กลุ่มนักเรียนถือป้ายประณามการการกระทำของคนร้ายที่ก่อเหตุอย่างไรมนุษยธรรม ยิงคุณครูเสียชีวิต และแม้แต่เด็กอายุ 2 เดือน ก็ยังไม่เว้น
ส่วนบรรยากาศที่บ้านของผู้เสียชีวิต สภาพจิตใจของครอบครัวยังคงอยู่ในอาการเศร้าเสียใจ โดยเฉพาะลูก ๆ ที่ยังไม่สามารถทำใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ เด็กชายทั้ง 3 คน ต่างเฝ้าถามหาแม่อยู่ตลอดเวลา และพยายามปลอบใจกันเองภายในครอบครัว
ด้านคดี ชุดสืบสวนสอบสวนจังหวัดปัตตานี ได้ไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางเข้าออกที่คนร้ายใช้ก่อเหตุและหลบหนี พบว่ารถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุมีลักษณะคล้ายกับรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุลอบยิง ดาบตำรวจ มะยากี ดีเย๊าะ อายุ 50 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดมวลชนสัมพันธ์ สภ.ราตาปันยัง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา จึงเชื่อว่าคนร้ายกลุ่มนี้น่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน