“นาซา” เผยภารกิจใหม่บน “ดวงจันทร์” มีเป้าหมายเพื่อสร้างฐานปฏิบัติการที่ยั่งยืนบนดวงจันทร์ และให้บริษัทเอกชนต่าง ๆ พัฒนายานสำหรับสำรวจดวงจันทร์
วันนี้ (27 พ.ค. 69) องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา (NASA) ประกาศแผนล่าสุดสำหรับภารกิจสำรวจดวงจันทร์ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากภาคเอกชน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างฐานปฏิบัติการที่ยั่งยืนบนดวงจันทร์
ทาง “จาเร็ด ไอแซคแมน” ผู้บริหารของนาซา กล่าวว่า ภารกิจนี้จะเป็นภารกิจลงจอดบนดวงจันทร์ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากภาคเอกชนครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยภารกิจในระยะที่ 1 จะเป็นการส่งยาน Blue Origin Mark One Endurance นำอุปกรณ์ต่าง ๆ ไปส่งที่สันเขาเชื่อมต่อกับขอบหลุมอุกกาบาตแช็คเคิลตัน (Shackleton Connecting Ridge) บริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ นอกจากการนำส่งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ของนาซา ยานสำรวจ และอุปกรณ์สะท้อนแสงบนดวงจันทร์แล้ว วัตถุประสงค์ของภารกิจนี้คือการแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่สำคัญในการลดความเสี่ยงสำหรับระบบลงจอดบนดวงจันทร์ที่มนุษย์ควบคุม
ระยะที่ 2 จะเป็นการส่งสัมภาระเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่สุดไปยังพื้นผิวดวงจันทร์เท่าที่เคยมีมา อย่างไรก็ตาม ในความพยายามสร้างโครงสร้างพื้นฐานครั้งนี้ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ.2572 ยานลงจอด Astrobotic Griffin จะบรรทุกสัมภาระมากกว่า 500 กิโลกรัม รวมถึงรถหุ่นยนต์สำรวจดวงจันทร์ของ Astrolab ไปยังพื้นผิวดวงจันทร์ ภารกิจนี้จะช่วยพัฒนาขีดความสามารถที่จำเป็นในการสนับสนุนยานสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ (Lunar Terrain Vehicle หรือ LTV) ในอนาคต ระบบโลจิสติกส์การปฏิบัติงานแบบอัตโนมัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเคลื่อนย้ายนักบินอวกาศด้วย LTV
ระยะที่ 3 จะมุ่งเป้าไปที่การสร้างฐานปฏิบัติการที่ยั่งยืนด้วยการหมุนเวียนลูกเรือเป็นประจำและกิจกรรมบนพื้นผิวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยขยายความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ของเราเกี่ยวกับพื้นผิวดวงจันทร์ ภารกิจนี้จะส่งอุปกรณ์แรกที่ได้รับการคัดเลือกผ่านโครงการ Prism ของ NASA ซึ่งเป็นโครงการที่รวบรวมมหาวิทยาลัย นักวิจัย และภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกันผ่านการแข่งขันแบบเปิดเพื่อแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ ภารกิจทางวิทยาศาสตร์หลักคือ Lunar Vertex ซึ่งจะศึกษาปรากฏการณ์เกลียววนบนดวงจันทร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในปริศนาที่น่าสนใจที่สุดของดวงจันทร์
ทาง “ลอรี เกลซ” รักษาการรองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาระบบสำรวจอวกาศของนาซา กล่าวว่า ฐานบนดวงจันทร์จะเป็นฐานหลักสำหรับลูกเรืออาร์เทมิสา และจะครอบคลุมการพักอาศัยระยะยาว ขีดความสามารถของหุ่นยนต์และมนุษย์ที่เพิ่มขึ้น และการคงอยู่ถาวรบนพื้นผิวดวงจันทร์ ทุกสิ่งที่เราทดสอบและเรียนรู้จากอาร์เทมิส 2 ทั้งระบบ ล้วนส่งผลโดยตรงต่อความสามารถของเราในการสร้างฐานที่มั่นที่ยั่งยืนบนดวงจันทร์ ด้วยฐานบนดวงจันทร์ นักบินอวกาศจะสามารถอยู่ได้นานขึ้น สำรวจได้ไกลขึ้น และทำการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ส่งเสริมการสำรวจอวกาศเอง เช่น การทำความเข้าใจว่ามนุษย์ดำเนินชีวิตนอกโลกอย่างไร สร้างโครงสร้างพื้นฐานอย่างไร และเตรียมตัวสำหรับดาวอังคารอย่างไร
ด้าน นายคาร์ลอส การ์เซีย-กาแลน ผู้บริหารโครงการฐานบนดวงจันทร์ กล่าวว่า บริษัทที่จะได้รับสัญญาสำหรับการสร้างยานสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ (LTV) คือ บริษัท Astrolab และบริษัท Lunar Outpost