ห้องข่าวภาคเที่ยง - ไม่รู้ว่าเป็นผลจากการประสานชี้เป้า หรือแรงกดดันจากทางการจีน ทำให้ภาพการบุกทำลายอาคารที่ต้องสงสัยว่าเป็นฐานสแกมเมอร์ในเมือง "ชเวโก๊กโก่" กลับมาฉายให้เห็นอีกแล้ว คราวนี้มีการตั้งเป้าว่าจะทำลายให้ได้วันละ 2 จุด
หลังจากที่วานนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีการเปิดเผยเรื่องการช่วยเหลือชาวจีน 4 คน ที่ถูกหลอกไปอยู่ในฐานสแกมเมอร์ ข้ามจากฝั่ง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ไปอยู่ในตัวอาคารที่ตรงข้ามกับ อำเภอพบพระ คล้าย ๆ กับจะเป็นการชี้เป้าไปเบา ๆ ว่า ยังมีฐานสแกมเมอร์อยู่
ผลก็คือมีความเคลื่อนไหวตามมาทันที โดยทหารเมียนมา กองพลทหารราบเบาที่ 22 ได้ร่วมกับ ทหารกองทัพกะเหรี่ยงแห่งชาติ (เคเอ็นเอ) ได้ใช้รถแบ็กโฮ 2 คัน ทำลายอาคารสแกมเมอร์ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเขตชเวโก๊กโก่ ตรงข้ามบ้านวังแก้ว ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด และตรงข้ามบ้านวังผา ตำบลขเนจื้อ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก โดยมีเป้าหมายจะทำลายอาคารวันละ 2 แห่ง เพื่อไม่ให้กลับมาใช้ได้อีก
แต่ขณะเดียวกันก็มีรายงานข่าวว่า แก๊งสแกมเมอร์ ได้ย้ายฐานปฏิบัติการเข้าไปด้านในของเมียนมา ลึกจากชายแดนเข้าไปอีกมาก เพื่อไม่ให้มีคนเห็น และมีบางกลุ่มย้ายไปทางด้านตรงข้าม อำเภอท่าสองยาง โดยมีทหารกองทัพกะเหรี่ยงแห่งชาติ ที่นำโดย พลตรี หม่องชิตตู่ คอยคุ้มกันอยู่
เข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ กันบ้าง เมื่อคืนนี้ตำรวจปฏิบัติการพิเศษ หรือตำรวจคอมมานโด นำหมายศาลฯ ไปดักรอ นางสาวลำไย หรือ "จ๋อม อุบล" อายุ 38 ปี คนเปิดบัญชีม้า ขณะเดินทางกลับจากต่างจังหวัด มาลงที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านรังสิต จังหวัดปทุมธานี
หลังจากเมื่อปี 2567 มีมิจฉาชีพ โทร.ไปหลอกผู้เสียหายขู่ว่าบัญชีของเธอกับแม่ พัวพันคดีฟอกเงิน และคดียาเสพติด ก่อนจะมีการส่งบัญชีไลน์ ที่อ้างตัวเป็นตำรวจ สภ.เมืองอุทัยธานี วิดีโอคอลมาหลอกจนผู้เสียหายหลงเชื่อ ยอมโอนเงินไปกว่า 380,000 บาท ก่อนที่ผู้เสียหายจะไหวตัวเข้าแจ้งความ
จากการตรวจสอบ ตำรวจพบว่าบัญชีของ นางสาวลำไย ถูกนำไปใช้หลอกเหยื่ออีกหลายคดี และจากการสอบสวนเธอก็รับว่า เมื่อปลายปี 2566 มีคนในหมู่บ้านชักชวนไปเปิดบัญชีธนาคาร จึงข้ามไปเปิดที่ฝั่งกัมพูชา 4 บัญชี ได้เงินมา 4,000 บาท ไม่คิดว่าจะถูกนำไปสร้างความเสียหายกับคนอื่นรวมเกือบ 1 ล้านบาท แบบนี้
อีกคดีเป็นตำรวจกองปราบฯ นำหมายศาลฯ ไปจับกุม นายบุญศักดิ์ อายุ 44 ปี ที่หน้าหอพัก ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองฯ จังหวัดนนทบุรี หลังมีผู้เสียหาย ซึ่งอยู่ที่ศูนย์การส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอแห่งหนึ่ง ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ได้รับข้อความทางเพจฯ ชักชวนผู้เสียหายเข้าไปรับสินค้าทดลองฟรี ก่อนจะแนะนำให้เพิ่มเพื่อนทางไลน์ มีการอ้างชื่อ นายทะเบียน สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนหลอกให้โอนเงินร่วมลงทุน เพื่อกระตุ้นยอดธุรกิจการขาย จนเสียเงินไปกว่า 40,000 บาท เข้าไปในบัญชีชื่อเดียวกับ นายบุญศักดิ์ กระทั่งพอไหวตัวได้ จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดี ขณะที่ นายบุญศักดิ์ ให้การปฏิเสธ ยืนยันว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้อง