ไร้ฝ่ายค้านร่วมลงชื่อ เสรีพิศุทธ์ เปลี่ยนแผนยื่น กกต.-ป.ป.ช. ฟัน อนุทิน-ไชยชนก ปมเขากระโดง จ่อลุยบุรีรัมย์ คุย ”เนวิน“ แบบลูกผู้ชาย
วันนี้ (27 พ.ค.69) พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย แถลงข่าวความคืบหน้าการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ดำเนินการเอาผิดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมที่ดิน ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีเพิกเฉยไม่ได้ดำเนินการเอาผิดกรณีที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยได้เตรียมเอกสาร สำนวนคำร้องต่าง ๆ รวมประมาณ 400 หน้า
พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ช่วงบ่ายวันนี้ตนจะไปยื่นเรื่องที่ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินคดีอาญา กับนายอนุทิน และพวกทั้ง 4 คน ขณะเดียวกันจะส่งอีกสำนวนไปยัง กกต. เพื่อเอาผิดนายอนุทิน และนายไชยชนก ในข้อหาไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง เพื่อให้ส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพราะมองว่า เป็นช่องทางที่เร็วกว่า เนื่องจากไม่มี สส.จากพรรคฝ่ายค้านไม่ว่า จะเป็นพรรคประชาชน หรือพรรคกล้าธรรม ร่วมลงชื่อส่งให้ ประธานสภาฯ ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ มีเพียง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ที่ลงชื่อให้
พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ตนได้ไปขอร้องส่วนตัวกับทั้งนายชวน หลีกภัย และนายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ เปิดสำนวนให้ดูกลางห้องประชุมสภา แต่ทั้ง 2 คนก็นิ่งเฉย ไม่มีใครร่วมลงชื่อให้ เหมือนจะรอร่วมรัฐบาลอย่างเดียว ส่วนพรรคประชาชนที่ออกมาระบุว่า ไม่ร่วมลงชื่อให้ เพราะไม่ต้องการจะขยายอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อไม่ร่วมเซ็นก็ไม่เป็นไร ตนขอต่อสู้เพื่อประชาชนต่อไป
พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เปิดเผยด้วยว่า ในสัปดาห์หน้า ตนจะเดินทางไปลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยตนจะทำหนังสือถึงผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อให้รวบรวมหลักฐานของอดีตนักการเมือง โดยเฉพาะญาติพี่น้องของนายไชยชนก ที่มีที่ดินในพื้นที่เขากระโดง และตนจะพยายามไปพบนายเนวิน ชิดชอบ เพื่อไปถามว่า คุณรู้อยู่แล้วว่า ที่ดินที่ใช้ประกอบธุรกิจเป็นที่ดินของการรถไฟ แล้วจะดื้อไปทำไม จะไปพูดกันแบบลูกผู้ชาย