เช้านี้ที่หมอชิต - ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 พิพากษาจำคุก "อดีตคณะกรรมการ ป.ป.ช." 2 คน คนละ 3 ปี จากเรื่องการปกปิดเอกสารการครอบครองนาฬิกาหรูของ "พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ"
สำหรับคดีนี้เป็นกรณีปกปิดเอกสารการครอบครองนาฬิกาหรูของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ที่ นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน หรือ คปต. ได้ยื่นฟ้องเอาผิดจำเลย 12 คน ไว้เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1
คดีนี้ศาลฯ วินิจฉัยตั้งแต่ว่า นายวีระ เป็นนักสิทธิมนุษยชนทำหน้าที่ช่วยเหลือราชการด้านภัยคอร์รัปชัน การขอข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. และ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน อีกทั้งศาลปกครองสูงสุดยังพิพากษาให้ นายวีระฯ มีสิทธิได้รับเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบทรัพย์สิน ในเรื่องที่กล่าวหาว่ามีการกระทำการโดยทุจริต
นายวีระ จึงเป็นผู้เสียหายโดยตรงจากการกระทำของ พลตำรวจเอก วัชรพล ประสานราชกิจ อดีตประธานกรรมการ ป.ป.ช. และ นางสาวสุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. และการที่มีการส่งกลับให้เอกสารมาเพียง 3 รายการ ในแบบที่ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน จึงนำมาซึ่งการฟ้องร้อง และถูกวินิจฉัยว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ให้จำคุกคนละ 3 ปี
อย่างไรก็ตาม พลตำรวจเอก วัชรพล และ นางสาวสุภา ก็ได้ยื่นขอประกันตัวระหว่างการอุทธรณ์คดี
โดย ศาลฯ พิจารณาแล้วอนุญาต และให้วางหลักประกันคนละ 400,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ
พอคำพิพากษาออกมาแบบนี้ ผู้สื่อข่าวก็ถาม นายวีระ ว่ารู้สึกอย่างไร ? ก็ได้คำตอบว่า รู้สึก "เฉย ๆ" ไม่ได้คาดหวังอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่ต้องการให้กระบวนการยุติธรรมได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และดีที่สุด
สำหรับคดีนี้ นายวีระ ยื่นฟ้องจำเลยไป 12 คน โดยในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลฯ ยกฟ้อง 8 คน เหลือสั่งฟ้อง 4 คน และต่อมา 2 ใน 4 คน ได้มาขอให้ถอนฟ้อง ซึ่งต่อมาได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นายวีระ จึงถอนฟ้องให้