รับสมัครผู้ว่าฯ กทม.วันแรกคึกคัก ตัวเต็งมาตามนัด

View icon 15
วันที่ 28 พ.ค. 2569 | 11.11 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - บรรยากาศคึกคัก รับสมัครผู้ว่าฯ กทม. วันแรก เหล่าผู้สมัครตัวเต็งมาตามนัด ถึงที่หมายตามเวลา พร้อมกองเชียร์ มารวมตัวกันแน่นที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2

เวลา 05.58 น. คนนี้บอกว่าไม่ได้นอนมา แต่ปั่นจักรยานมา "อาจารย์ชัชชาติ" มาพร้อมกับทีมงาน อดีตรองผู้ว่าฯ และที่ปรึกษา ลงในนามอิสระ ชูนโยบาย 4 ด้าน "คน ความสุข คุณภาพชีวิต และเมือง" ระบุผลงาน 4 ปีที่ผ่านมา เช่น ทางเท้า น้ำท่วม อากาศ การศึกษา และสาธารณสุขดีขึ้น ยอมรับปัญหาคอร์รัปชันยังต้องเดินหน้าจัดการต่อ โดยบอกว่า "ทุกคนคือเจ้านายเรา อยากเป็นผู้ว่าฯ ติดดิน รับใช้ประชาชนเหมือนเดิม" นักข่าวบอกว่า ขอ 3 คำ สำหรับวันนี้ อาจารย์ชัชชาติ บอกว่า กรุงเทพ ทำงาน อาจจะเกิน 3 คำ แต่อยากบอกแค่นี้จริง ๆ

ต่อมา เวลา 07.00 น. หม่อมหลวง กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้สมัครอิสระ เดินทางมา ชูทีมบริหารที่มีทั้งนักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการ และอดีตตำรวจ เน้นแก้ปัญหาอากาศ น้ำ ขยะ รถติด ค่าครองชีพ และคอร์รัปชัน เสนอใช้ "ระบบสยบทุจริต" ตั้งแต่ต้นทาง วลีเด็ดต้องยกให้ "กรุงเทพฯ ต้องแก้ปัญหาทั้งระบบ ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยตามแก้"

ในเวลาเดียวกัน นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ ดร.โจ เดินทางด้วยรถเมล์ EV พร้อมผู้สมัคร ส.ก. ทั้ง 50 เขต และทีมบริหารจากพรรคประชาชน ชูแนวคิด "วาระเขต+วาระเมือง" ผลักดัน "กรุงเทพโปร่งใส AI จับโกง" เน้นแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและระบบ ขอประชาชนคนยกรุง เลือกพวกเรา "ยกทีม" เพื่อขับเคลื่อนนโยบายประกาศไม่ติดป้ายหาเสียงผู้ว่าฯ ลดภาระเมือง ดร.โจ บอกว่า "เราอยากทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ง่ายขึ้น โปร่งใสขึ้น และเริ่มงานได้ทันที"

ตามมาด้วย นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางพร้อมแกนนำพรรค และผู้สมัคร ส.ก. ทั้ง 50 เขต พร้อมในการเสนอนโยบายเพื่อทำให้ "กรุงเทพฯ เป็นมากกว่านี้" นายอนุชา ระบุว่าพรรคจะเน้นการเมืองสุจริต ตรวจสอบได้ พร้อมชูนโยบายด้านการเดินทาง เศรษฐกิจ และการเปิดข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย เพื่อแก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างโปร่งใส

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคพร้อมสนับสนุนการทำงานทุกระดับ เพื่อแก้ปัญหากรุงเทพฯ ทั้งเรื่องขนส่ง สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตประชาชน พร้อมย้ำว่า "กรุงเทพมหานคร สุจริต" คือหัวใจสำคัญในการพัฒนาเมือง ส่วนเป้าหมายการเลือกตั้งครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวติดตลกว่า ขอเพียง "ได้มากกว่าคนอื่น สักหนึ่งคะแนนก็พอ"

ส่วน ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข มาในนามอิสระ ท่ามกลางกองเชียร์ที่มาให้กำลังใจอย่างคึกคัก พร้อมประกาศความพร้อมเต็ม 100% และย้ำว่า "หากประชาชนเลือก พร้อมทำงานได้ทันที" ดร.มัลลิกา ชู 12 ยุทธศาสตร์แก้ปัญหากรุงเทพฯ โดยเร่งแก้ฝุ่น PM2.5 เป็นวาระแรก ผ่านการใช้ AI และเทคโนโลยีตรวจจับมลพิษ ควบคู่กับแผนแก้รถติด น้ำท่วม และฟื้นเศรษฐกิจ ช่วยผู้ประกอบการ SME พร้อมตั้งเป้าสร้างงานกว่า 2-3 แสนตำแหน่ง นอกจากนี้ ยังประกาศผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็น "เมืองปลอดภัย 24 ชั่วโมง" เดินหน้าปราบอาชญากรรม ทุนสีเทา และอบายมุข พร้อมเพิ่มพื้นที่สาธารณะครบทั้ง 50 เขต

พอถึงเวลา 8.24 น. ผู้สมัครทั้ง 13 คน ได้เข้าไปจับเบอร์ โดยมี นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่เป็นผู้จับลำดับรายชื่อ ใครจะได้ขึ้นไปจับก่อน ใครจะได้ขึ้นไปจับหลัง จากนั้นก็ให้ผู้สมัครแต่ละคน ขึ้นไปจับเบอร์เอง

พลตำรวจโท ชาญเทพ เสสะเวช จากพรรคเศรษฐกิจ ได้หมายเลข 12, นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ได้หมายเลข 10, ดร.คมสัน พันธุ์วิชาติกุล ได้หมายเลข 13, นายพิศาล กิตติเยาวมาลย์ ได้หมายเลข 6, นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ได้หมายเลข 7, นายพงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ ได้หมายเลข 3, นายประยูร ครองยศ ได้หมายเลข 11, หม่อมหลวง กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ได้หมายเลข 1, นายประทีป วัชระโชคเกษม ได้หมายเลข 4, นายวีรพจน์ ลือประสิทธิ์สกุล ได้หมายเลข 8, นายอนุชา บูรพชัยศรี ได้หมายเลข 5, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้หมายเลข 9, นายสมัย ละเลิศ ได้หมายเลข 2

ขณะที่ ดร.มัลลิกา มาเป็นคนสุดท้าย จึงได้หมายเลข 14 เป็นคนสุดท้ายของวันนี้ ทั้งนี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ได้ยื่นใบสมัครพร้อมกับค่าสมัครเป็นเงินสด จำนวน 50,000 บาท

หลังจับเบอร์ ก็ถึงเวลาหาเสียง นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ที่ปรึกษาผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. กลุ่มกรุงเทพบินได้ ของ นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ลุยหาเสียงเต็มรูปแบบ ลงพื้นที่พบประชาชนตามโรงเรียน ตลาด ห้างสรรพสินค้า และชุมชนทั่วกรุงเทพฯ

นายมงคลกิตติ์ มั่นใจว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีคนรุ่นใหม่ออกมาใช้สิทธิจำนวนมาก และจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญให้ทีม “กรุงเทพบินได้” พร้อมชูนโยบายพัฒนาระบบขนส่ง แก้ปัญหาฝุ่น เพิ่มพื้นที่ออกกำลังกาย และยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุง  ก่อนปิดท้ายด้วยการชูสัญลักษณ์เบอร์ 7 และทำท่า "ซิกเซเว่น" ท่ามกลางเสียงเชียร์จากผู้สนับสนุน

รวมถึงผู้สมัครคนอื่น ๆ ก็ออกหาเสียงทันที ติดสติกเกอร์หมายเลขที่เตรียมมา พร้อมออกเดินทาง ขอคะแนนเสียงจากคนกรุงเทพ รักใคร ชอบใคร ชอบนโยบายไหน มีเวลาศึกษากันให้ดี เพราะวันเลือกตั้ง คือ 28 มิถุนายน 2569

ข่าวที่เกี่ยวข้อง