จังหวัดอุทัยธานี ร้านค้าตื่นตัว เร่งติดป้ายรับโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส

จังหวัดอุทัยธานี ร้านค้าตื่นตัว เร่งติดป้ายรับโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส

View icon 17
วันที่ 28 พ.ค. 2569 | 11.30 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
จังหวัดอุทัยธานี ร้านค้าตื่นตัว เร่งติดป้ายรับโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 มั่นใจกระตุ้นเศรษฐกิจ-ลดภาระประชาชนได้ดียิ่งขึ้น

วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการเตรียมความพร้อมรองรับโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบ 60/40 ในพื้นที่อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี พบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ร้านค้าต่าง ๆ เริ่มตื่นตัวและเร่งติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ เพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบล่วงหน้าว่าทางร้านยินดีเข้าร่วมและรองรับการใช้สิทธิ์ตามโครงการดังกล่าว
      
ที่ร้าน บ้านพลัสดุ ร้านจำหน่ายเครื่องเขียนและวัสดุสำนักงานประจำอำเภอทัพทัน ของ นางสาวปัทมา ทองวิชิต เจ้าของร้าน ได้นำป้ายโครงการมาติดตั้งเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ โดยระบุว่าทางร้านมีความพร้อมขานรับนโยบายของรัฐบาล เนื่องจากมีประสบการณ์ในโครงการ คนละครึ่ง ที่ผ่านมา พบว่าได้รับกระแสตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี ทำให้ยอดขายภายในร้านเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
      
โดย นางสาวปัทมา กล่าวว่า โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ปกครองที่ต้องซื้ออุปกรณ์การเรียนและของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน ซึ่งเชื่อว่าการที่ประชาชนจ่ายเองเพียง 40 เปอร์เซ็นต์ จะยิ่งช่วยให้ตัดสินใจจับจ่ายใช้สอยได้ง่ายขึ้น
     
เช่นเดียวกับที่ร้าน เจ๊โปรย ใจดี ร้านขายของชำชื่อดังในอำเภอเดียวกัน ภายในร้านมีการเตรียมความพร้อมอย่างคึกคัก นางสาวบุญพิง บุตรดี พนักงานประจำร้านซึ่งทำงานมานานกว่า 10 ปี กำลังเร่งจัดเตรียมและติดป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ โดยเปิดเผยว่า ในช่วงโครงการ คนละครึ่ง ครั้งก่อน ทางร้านได้รับผลตอบรับดีมาก มีประชาชนเข้ามาใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เศรษฐกิจภายในชุมชนมีความคึกคัก
      
นางสาวบุญพิง ยังแสดงความเชื่อมั่นว่า โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ในครั้งนี้ จะได้รับเสียงตอบรับดียิ่งกว่าเดิม เนื่องจากประชาชนมีภาระในการจ่ายเงินเองน้อยลง จากเดิมที่ต้องร่วมจ่าย 50 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง 40 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ประชาชนกล้าจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพได้อย่างชัดเจน
       
ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ต่างเฝ้ารอการเปิดใช้สิทธิ โดยหลายคนระบุว่าโครงการดังกล่าวช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้มาก โดยเฉพาะการซื้อของกินของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน อีกทั้งการที่ร้านค้าต่าง ๆ เริ่มติดป้ายประกาศอย่างชัดเจน ยังช่วยให้ประชาชนสามารถวางแผนเดินทางมาใช้สิทธิได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางความหวังว่าโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชนให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง