เวลา 10.05 นาที วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังหอประชุมโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครนายก ทรงเป็นประธานในพิธีไหว้ครู และพระราชทานเหรียญรางวัลการศึกษาแก่นักเรียนนายร้อย ประจำปีการศึกษา 2569 และพิธีมุทิตาจิตแด่อดีตครู อาจารย์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
โอกาสนี้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 แล้วทรงเจิมตำราเรียน เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นขวัญกำลังใจ จากนั้นหัวหน้านักเรียนนายร้อย นำนักเรียนนายร้อย จำนวน 1,320 นาย สวดมนต์ไหว้พระและไหว้ครู เสร็จแล้วผู้แทนนักเรียนนายร้อย ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพานดอกไม้ ธูปเทียน แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
ทั้งนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับราชการเป็นอาจารย์ส่วนการศึกษา โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2523 ทรงทุ่มเทพระวรกาย ด้วยพระวิริยะอุตสาหะ โดยเฉพาะงานบริหารจัดการและการสอนของกองวิชาประวัติศาสตร์ รวมถึงงานวิชาการด้านต่าง ๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของนักเรียนนายร้อย ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับปีการศึกษา 2568 ที่ผ่านมา มีนักเรียนนายร้อยชั้นปีที่ 1 ถึง ชั้นปีที่ 4 มีผลการศึกษาอยู่ในเกณฑ์ได้รับรางวัล จำนวน 664 นาย แบ่งเป็น รางวัลการศึกษาทางวิชาการ ประกอบด้วย รางวัลการศึกษาดีเลิศ ได้รับพระราชทานเหรียญทองคำ 28 นาย , รางวัลการศึกษาดีมาก ได้รับพระราชทานเหรียญเงิน 201 นาย , รางวัลการศึกษาดี ได้รับพระราชทานเหรียญทองแดง 140 นาย และรางวัลการศึกษาทางวิชาทหาร ประกอบด้วย รางวัลการศึกษาดีเลิศ ได้รับพระราชทานเหรียญทองคำ 4 นาย , รางวัลการศึกษาดีมาก ได้รับพระราชทานเหรียญเงิน 194 นาย และรางวัลการศึกษาดี ได้รับพระราชทานเหรียญทองแดง 97 นาย
ปัจจุบันสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการพิเศษ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และในปีการศึกษา 2569 ทรงสอน 2 วิชา คือ ชั้นปีที่ 4 วิชาประวัติศาสตร์สหราชอาณาจักร และชั้นปีที่ 5 วิชาประวัติศาสตร์ร่วมสมัย แม้จะทรงเกษียณอายุราชการแล้ว แต่ยังเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ในโอกาสสำคัญ ๆ และยังทรงรับเป็นทูลกระหม่อมอาจารย์ ทรงนำนักเรียนนายร้อย ไปทัศนศึกษาดูงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ ช่วยสร้างความเข้าใจด้านสังคมและวัฒนธรรม สามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลเมื่อสำเร็จการศึกษา
โอกาสนี้ พระราชทานพระราโชวาทแก่นักเรียนนายร้อย เรื่องความสำคัญของการศึกษาวิชาการแขนงต่าง ๆ
เวลา 14.15 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดดอนมะโนรา อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ทรงยกฉัตรประดิษฐานเหนือพระประธานประจำอุโบสถ เนื่องในโอกาสครบ 150 ปี วัดดอนมะโนรา เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาปี 2471 ที่ผ่านมา วัดได้บูรณปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุต่าง ๆ ตลอดจน ปูชนียวัตถุสำคัญ คือ หลวงพ่อสัมฤทธิ์ หรือหลวงพ่อโต พระประธานอุโบสถ ที่หล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ ปางขัดสมาธิเพชร มีพุทธลักษณะงดงาม พระพักตร์อิ่ม แย้มพระสรวลเล็กน้อย ขนาดหน้าตักกว้าง 49 นิ้ว สูง 79 นิ้ว ประดิษฐานบนฐานบัวคว่ำบัวหงาย เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่
ในปี 2565 เจ้าอาวาสวัด สำรวจพบว่าองค์พระประธานชำรุดเสียหายและฐานชุกชีมีระดับความสูงที่ยังไม่เหมาะสม จึงร่วมกับคณะกรรมการวัด และพุทธศาสนิกชน ดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์พระประธาน พร้อมพระอัครสาวกเบื้องซ้ายและขวา ลงรักปิดทองใหม่ทั้งองค์ และยกฐานชุกชีให้สูงขึ้นอีก 1 เมตร 20 เซนติเมตร ประดับด้วยงานปูนปั้นฝีมือช่างชาวเพชรบุรี และตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบเบญจรงค์ฝีมือช่างชาวจังหวัดสมุทรสงคราม มีความงดงาม ละเอียด และประณีต เป็นการสืบทอดมรดกทางศิลปะ
ในปี 2567 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญอักษรพระนามาภิไธย "ส.ธ." มาประดิษฐานบนผ้าทิพย์ หน้าฐานชุกชีพระประธานอุโบสถ เพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ ทางวัดได้บูรณปฏิสังขรณ์อุโบสถเพิ่มเติม โดยการวาดจิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถขึ้นใหม่ ลักษณะเป็นจิตรกรรมร่วมสมัย เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้แก่เยาวชนในจังหวัดสมุทรสงคราม ประกอบด้วย ภาพพุทธประวัติ 21 ตอน และสอดแทรกวิถีชีวิตชาวชุมชนดอนมะโนรา เช่น การปลูกมะม่วงอกร่อง การทำยาจืด การทำน้ำตาลมะพร้าว ตลาดน้ำดอนมะโนรา และการบิณฑบาตทางเรือ ปัจจุบัน มีพระครูสมุทรวัฒนาภรณ์ เป็นเจ้าอาวาส มีพระสงฆ์ 21 รูป