เช้านี้ที่หมอชิต - บรรยากาศคึกคัก รับสมัครผู้ว่าฯ กทม. วันแรก เหล่าผู้สมัครตัวเต็งมาตามนัด ถึงที่หมายตามเวลา
คนแรก คือ อาจารย์ชัชชาติ ที่ปั่นจักรยานมาถึงตั้งแต่ 05.58 น. พร้อมทีมงาน ชูนโยบาย 4 ด้าน "คน ความสุข คุณภาพชีวิต และเมือง" ระบุ ผลงาน 4 ปีที่ผ่านมา เช่น ทางเท้า น้ำท่วม อากาศ การศึกษา และสาธารณสุขดีขึ้น ยอมรับปัญหาคอร์รัปชันยังต้องเดินหน้าจัดการต่อ
ตามมาด้วย ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้สมัครอิสระ ที่มาพร้อมทีมงาน นักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการ และอดีตตำรวจ เน้นแก้ปัญหาอากาศ น้ำ ขยะ รถติด ค่าครองชีพ และคอร์รัปชัน เสนอใช้ "ระบบสยบทุจริตตั้งแต่กรุงเทพฯ" ต้องแก้ปัญหาทั้งระบบ ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยตามแก้ต้นทาง
ในเวลาเดียวกัน นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ ดร.โจ เดินทางด้วยรถเมล์ EV พร้อมผู้สมัคร สก. ทั้ง 50 เขต และทีมบริหารจากพรรคประชาชน ชูแนวคิด "วาระเขต + วาระเมือง" ผลักดัน "กรุงเทพโปร่งใส AI จับโกง"
ตามมาด้วย นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางพร้อมแกนนำพรรค และผู้สมัคร สก. ทั้ง 50 เขต พร้อมในการเสนอนโยบายเพื่อทำให้ "กรุงเทพฯ เป็นมากกว่านี้"
นายอนุชา ระบุว่า พรรคจะเน้นการเมืองสุจริต ตรวจสอบได้ พร้อมชูนโยบายด้านการเดินทาง เศรษฐกิจ และการเปิดข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย เพื่อแก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างโปร่งใส
เมื่อวานมีผู้สมัคร 13 คน ที่เข้าจับเบอร์ โดย พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช จากพรรคเศรษฐกิจ ได้หมายเลข 12, นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ได้หมายเลข 10, ดร.คมสัน พันธุ์วิชาติกุล ได้หมายเลข 13, นายพิศาล กิตติเยาวมาลย์ ได้หมายเลข 6, นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ได้หมายเลข 7, นายพงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ ได้หมายเลข 3, นายประยูร ครองยศ ได้หมายเลข 11, ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ได้หมายเลข 1, นายประทีป วัชระโชคเกษม ได้หมายเลข 4, นายวีรพจน์ ลือประสิทธิ์สกุล ได้หมายเลข 8, นายอนุชา บูรพชัยศรี ได้หมายเลข 5, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้หมายเลข และ นายสมัย ละเลิศ ได้หมายเลข 2
ขณะที่ ดร.มัลลิกา มาเป็นคนสุดท้าย จึงได้หมายเลข 14 เป็นคนสุดท้ายของวันนี้
หลังการจับสลากหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 9 ได้เปิดฉากลุยลงพื้นที่หาเสียงเป็นวันแรก จากแฟลตดินแดง และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ด้วยขบวนรถหาเสียงทั้งรถกระบะ ตุ๊ก ๆ และ มอเตอร์ไซค์ EV
นายชัชชาติ กล่าวว่า เลือกเริ่มต้นหาเสียงบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และเกาะพญาไท เพราะอยู่ใกล้ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เขตดินแดง ซึ่งเป็นที่รับสมัครเลือกตั้ง พร้อมยอมรับว่า การหาเสียงครั้งนี้แตกต่างจากเมื่อ 4 ปีก่อน คือ มีประสบการณ์มากขึ้น แต่ยังมีอีกหลายโครงการที่ต้องการสานต่อ โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
เช่นเดียวกับ ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 ได้ลงพื้นที่หาเสียง ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งเกาะพญาไท
ทั้งนี้ ดร.มัลลิกา ได้พูดคุยกับพนักงานกวาดถนนของ กทม. ถึงปัญหาการจ้างงานของ กทม. และมีสวัสดิการที่ไม่เพียงพอ หากได้รับเลือกให้เป็นผู้ว่าฯ กทม. จะเพิ่มการจ้างงานเพื่อบรรจุพนักงาน กทม. ให้ได้สวัสดิการที่เพิ่มขึ้น
และยังพูดคุยกับไรเดอร์ และวินรถจักรยานยนต์เกี่ยวกับเรื่องคุณภาพชีวิตและปัญหาด้านความปลอดภัย
ส่วนที่ศาลหลักเมือง ก็มีผู้สมัครฯ ผู้ว่า กทม. ไปสักการะขอพร เริ่มด้วย คุณอนุชา บูรพชัยศรี จากพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ ที่ขอพรอยากให้คนกรุงเทพมหานครไว้วางใจในการจะกลับมาทำหน้าที่
นายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล หรือ ดร.โจ้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ลูกชาย ซินแสภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล เดินทางมาสักการะศาลหลักเมืองเช่นกัน ที่มาพร้อมกับมารดาเพื่อความเป็นสิริมงคล
อีกคนจากพรรคประชาชน คุณชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สะพายกระเป๋าสีดำ ไฟจอ LED นำผู้สมัคร สก. กระโดดขึ้นรถแห่ หาเสียง ตั้งแต่ศาลาว่าการกรุงเทพฯ 2 ไปตามเส้นทางมุ่งหน้าสู่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ - ราชเทวี - ยมราช - สนามหลวง ก่อนจะจบที่ศาลาว่าการกรุงเทพฯ 1