พ่อค้าแม่ค้า ขานรับโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 หวั่นเรื่องอินเทอร์เน็ตช้า และเรื่องการจัดเก็บภาษี

พ่อค้าแม่ค้า ขานรับโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 หวั่นเรื่องอินเทอร์เน็ตช้า และเรื่องการจัดเก็บภาษี

View icon 624
วันที่ 29 พ.ค. 2569 | 07.45 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
พ่อค้าแม่ค้า ขานรับโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 หวั่นเรื่องอินเทอร์เน็ตช้า และเรื่องการจัดเก็บภาษี อยากให้หน่วยงานเข้ามาช่วยชี้แจง และให้ความรู้ในเรื่องนี้แก่พ่อค้าแม่ค้าให้เข้าใจเพิ่มมากขึ้น

หลังจากที่รัฐบาลออกโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เพื่อช่วยเหลือประชาชนลดค่าครองชีพในสภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง ที่จะเริ่มใช้จ่ายได้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ที่จะถึงนี้

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ ตลาดหนามแดง ในพื้นที่ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ไปสอบถาม พ่อค้าแม่ขายในตลาดดังกล่าว ซึ่งจากการสอบถาม พบว่า หลายร้านได้ลงทะเบียนร้านค้ากันแล้ว บ้างร้านก็ติดป้ายโครงการให้เห็น จากการสอบถาม ทราบว่า ร้านค้าต่างๆนั้น เข้าร่วมโครงการของรัฐบาลมาหลายโครงการแล้ว ตั้งแต่ โครงการคนละครึ่ง ทำให้การลงทะเบียนร้านค้าไม่ได้ยุ่งยาก เพราะร้านค้าแต่ละร้านนั้นมีประวัติอยู่ในแอปพลิเคชันอยู่แล้ว และคาดว่าโครงการนี้น่าจะทำให้ช่วยเหลือประชาชนได้ และทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น

จากการสอบถาม นางสาวริษา ทองน้อย แม่ค้าขายกับข้าวถุง กล่าวว่าหลังจากที่รัฐบาลมีโครงการให้ประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ทางร้านปกติมีของเดิมอยู่แล้ว จึงแค่เข้าไปอัปเดตแอปพลิเคชันอย่างเดียว ซึ่งที่ผ่านมาทางร้านได้เข้าร่วมโครงการของรัฐบาลทุกโครงการ การลงทะเบียนสำหรับคนที่เคยลงแล้วคิดว่าไม่ยากและไม่มีเรื่องยุ่งยากอะไร แค่เข้าไปอัปเดตแอปพลิเคชัน ทั้งนี้ คาดว่าในวันที่ 1 ที่จะมีการเปิดให้เริ่มใช้โครงการ น่าจะมีคนมาใช้สิทธิกันเยอะเหมือนรอบก่อนๆ เพราะโครงการนี้สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าได้เยอะ และช่วยเพิ่มยอดขายให้กับทางร้านด้วย

ส่วน เจ้าของร้านขายเสื้อผ้า เผยว่า ทางร้านได้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส เรียบร้อยแล้ว และมีการเตรียมตัวโดยการสต็อกของเอาไว้เยอะพอสมควร เนื่องจากคาดว่าน่าจะมีลูกค้าเข้ามาใช้สิทธิกันมากขึ้น ส่วนผลตอบรับจากโครงการครั้งที่ผ่านมา ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่พอใช้ได้ ซึ่งดีกว่าตอนที่ยังไม่มีโครงการเข้ามา และในขณะนี้เริ่มมีลูกค้าเข้ามาสอบถามเกี่ยวกับวันเริ่มใช้โครงการที่ร้านบ้างแล้ว สำหรับเรื่องตัวแอปพลิเคชันนั้นสามารถใช้งานได้สะดวกและที่ผ่านมายังไม่พบปัญหาขัดข้องใดๆ

ด้าน เจ้าของร้านขายผักสด ก็ได้บอกเช่นกันว่าทางร้านได้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้ว ซึ่งมีความคาดหวังเรื่องยอดขายว่าน่าจะช่วยกระตุ้นให้ดีขึ้นกว่าตอนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน เพราะประชาชนบางส่วนมีความต้องการเงินช่วยเหลือในส่วนนี้ อย่างไรก็ตาม ทางร้านยังมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเรื่องระบบอินเทอร์เน็ตที่อาจจะช้า รวมถึงเรื่องภาษีที่ยังมีความกังวลและไม่เข้าใจรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดเก็บ จึงอยากฝากให้ทางรัฐบาลเข้ามาช่วยชี้แจงและให้ความรู้ในเรื่องนี้แก่พ่อค้าแม่ค้าให้เข้าใจเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่ไม่พกเงินสด และเลือกที่จะสแกนจ่ายเงินผ่านคิวอาร์โค้ดเป็นหลัก ซึ่งหากร้านค้าไม่มีระบบรองรับลูกค้าก็อาจจะไม่ซื้อสินค้าได้ ทั้งนี้เริ่มมีลูกค้าเข้ามาสอบถามเกี่ยวกับโครงการที่ร้านแล้ว ส่วนเรื่องการเตรียมสต็อกสินค้านั้น ทางร้านไม่ได้เตรียมสต็อกของไว้เยอะเนื่องจากเป็นสินค้าผักสดที่จะต้องขายแบบวันต่อวันอยู่แล้ว