KPI Poll เผยผลสำรวจโค้งแรก “ชัชชาติ” นำ แต่คนกรุง 24 % ยังลังเล

KPI Poll เผยผลสำรวจโค้งแรก “ชัชชาติ” นำ แต่คนกรุง 24 % ยังลังเล

View icon 95
วันที่ 29 พ.ค. 2569 | 12.15 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
KPI Poll เผยผลสำรวจสนามเลือกตั้ง กทม. “ชัชชาติ” นำโค้งแรก ฐานยังแน่น แต่คนกรุง 24 % ยังไม่ตัดสินใจ ขณะที่สนาม สก. 41.6% คนกรุงมองหาผู้สมัครอิสระ

วันนี้ (29 พ.ค.69) สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ KPI Poll เรื่อง “ความนิยมของประชาชนและทิศทางโค้งแรกสนามเลือกตั้ง กทม. 69” โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 22 - 25 พ.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามพื้นที่เขตทั่วกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,600 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้

1. หากเป็นคน กทม. ท่านมีแนวโน้มว่าจะเลือกสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) แบบใด กลุ่มตัวอย่าง 41.6% ระบุว่า หากเป็นคน กทม. จะเลือกผู้สมัครอิสระ ที่ไม่สังกัดพรรคการเมือง รองลงมา คือ 20.0% จะเลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองฝ่ายค้าน, 17.6% จะเลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองใดก็ได้, 3.6% จะเลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล และ 17.2% ยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ

การเลือกตั้งระดับพื้นที่ ประชาชนเกือบครึ่งอาจกำลังมองหา “ตัวแทนเขต” ที่ใกล้ชิดประชาชน ทำงานกับปัญหาเฉพาะพื้นที่ และไม่ถูกผูกโยงกับพรรคการเมืองมากเกินไป ขณะเดียวกัน คะแนนของผู้สมัครที่สังกัดพรรคฝ่ายค้านสูงกว่าผู้สมัครฝ่ายรัฐบาลอย่างชัดเจน อาจสะท้อนอารมณ์ทางการเมืองบางส่วนที่ต้องการใช้การเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นพื้นที่สะท้อนความต้องการตรวจสอบ ถ่วงดุล หรือแสดงท่าทีต่อการเมืองระดับชาติ อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่ตอบว่า “ผู้สมัครจะสังกัดพรรคการเมืองใดก็ได้” และ “ยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ” ซึ่งมีจำนวนไม่น้อย สะท้อนว่า สนาม สก. ยังไม่ปิด

2. “ชัชชาติ” นำโค้งแรก แต่เสียงลังเลเกือบ 1 ใน 4 ยังชี้ชะตาสนามผู้ว่า กทม. คนใหม่ โดยกลุ่มตัวอย่าง 31.5% ระบุ หากเลือกตั้งผู้ว่า กทม. วันนี้ มีแนวโน้มจะเลือก “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” รองลงมา 13.1 จะเลือก “ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร”, 7.5% จะเลือก “มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข”, 6.6% จะเลือก “พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช”, 6.2% จะเลือก “หม่อมกร หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี”, 6.1% จะเลือก “คมสัน พันธุ์วิชาติกุล” และ 4.9% จะเลือก “อนุชา บูรพชัยศรี” ขณะที่ 24.1% “ยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ”

แม้ “ชัชชาติ” พ่อเมืองคนเก่ายังมีคะแนนนำในภาพรวม แต่สัดส่วนผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจยังสูง สะท้อนว่าสนามผู้ว่า กทม. ยังไม่ปิดเกม ยังมีพื้นที่ให้ผู้สมัครรายอื่นสร้างความชัดเจนด้านนโยบาย ผลงาน ภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นต่อการบริหารเมือง นอกจากนี้ คะแนนของผู้สมัครที่กระจายตัวในหลายกลุ่มยังสะท้อนว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้ อาจเป็นการแข่งขันระหว่าง “ความต่อเนื่องของผลงานเดิม” กับ “ทางเลือกใหม่ในการบริหารมหานคร”

3. “ชัชชาติ” ฐานยังแน่น เกือบสองในสามยังเทใจ-“ดร.โจ”เด่นในฐานพรรคส้ม”-“กลุ่มยังไม่ตัดสินใจ” เป็นตัวแปรสำคัญ เมื่อพิจารณาเทียบกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในปี 2565 พบว่า กลุ่มที่ “เคยเลือกชัชชาติ” ปัจจุบัน 60.7% “ยังเลือกชัชชาติ” นำโด่ง ในขณะที่ กลุ่มที่เคยเลือก “สกลธี ภัททิยกุล” ปัจจุบัน 45.5% จะเลือกชัชชาติ, กลุ่มที่เคยเลือก “สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” ปัจจุบัน 31.0% จะเลือกชัชชาติ 27.4% ขณะที่กลุ่มที่เคยเลือก “อัศวิน ขวัญเมือง” ปัจจุบัน 29.7% จะเลือกผู้สมัครคนอื่น ๆ และ 22.9% จะเลือก “ชัชชาติ”

กลุ่มที่เคยเลือก “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” พบว่า ปัจจุบัน 49.2% จะเลือก “ดร. โจ ชัยวัฒน์” และ 12.9% จะเลือก “ชัชชาติ”
กลุ่มที่เคยเลือกผู้สมัครคนอื่น ๆ พบว่า 31.1% ยังไม่ตัดสินใจ และกลุ่มที่ “จำไม่ได้/ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์/ไม่ประสงค์ตอบ” พบว่า 53.8% ยังไม่ตัดสินใจ

ฐานคะแนนเดิมยังมีผลต่อแนวโน้มการเลือกตั้งครั้งใหม่ แต่ไม่ได้เป็นตัวกำหนดทั้งหมด นัยสำคัญ คือ การเลือกตั้งครั้งนี้อาจไม่ใช่เพียงการแข่งขันระหว่างผู้สมัครเดิมกับผู้สมัครใหม่ แต่เป็นการแข่งขันเพื่อรักษาฐานเดิม ดึงฐานข้ามกลุ่ม และโน้มน้าวกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ

4. คนกรุง เลือกผู้ว่าฯ ไม่เหมือนเลือก สส. : “ชัชชาติ” นำหลายฐาน- คนรัก ปชน. เสียงแตก “ดร.โจ” เบียด “ชัชชาติ” สูสี เมื่อพิจารณาตามพรรคที่เคยเลือก สส. เขต ครั้งล่าสุด พบว่า “ชัชชาติ” มีคะแนนนำในหลายฐานพรรค ได้แก่ ผู้ที่เลือกพรรคเพื่อไทย 39.4%, พรรคภูมิใจไทย 37.0%, พรรคประชาชน 31.0%, พรรคประชาธิปัตย์ 28.3% และพรรคอื่น ๆ 42.0%

ขณะที่ “ดร.โจ ชัยวัฒน์” ได้คะแนนสูงในกลุ่มผู้เลือกพรรคประชาชน (30.9%) แต่ใกล้เคียงกับ “ชัชชาติ” ในกลุ่มเดียวกัน ส่วน “อนุชา” มีคะแนนเด่นในฐานผู้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ (23.2%)

สะท้อนว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ มีลักษณะเฉพาะที่อาจไม่เดินตามแนวการเลือกตั้งระดับชาติ นัยสำคัญคือ การเลือกตั้งผู้ว่า กทม. อาจเป็นสนามที่ประชาชนพิจารณา “ตัวบุคคลและผลงาน” ควบคู่กับความชอบทางการเมือง

บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 22 ผลโพลครั้งนี้สะท้อนว่า สนามเลือกตั้ง กทม. ในช่วงโค้งแรกยังมีความไม่แน่นอนสูง แม้ “ชัชชาติ” จะยังมีคะแนนนำในภาพรวม และสามารถรักษาฐานคะแนนเดิมได้ในระดับหนึ่ง แต่สัดส่วนผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจทั้งในสนามผู้ว่าฯ กทม. และสนาม สก. รวมถึงการเคลื่อนตัวของฐานคะแนนจากการเลือกตั้งครั้งก่อนและฐานพรรคในการเลือกตั้งระดับชาติ ยังเป็นปัจจัยที่มีนัยสำคัญ ดังนั้น การเลือกตั้ง กทม. รอบนี้จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันระหว่าง “ผู้สมัครคนเดิม” กับ “ผู้ท้าชิงรายใหม่” หากแต่เป็นการแข่งขันเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่ออนาคตของมหานคร ทั้งในมิตินโยบาย ภาพลักษณ์ ผลงาน และความสามารถในการตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ ได้อย่างแท้จริง