เช้านี้ที่หมอชิต - เติมเงินเข้าวอลเล็ตให้พร้อม 06.00 น. เช้าวันนี้ (1 มิ.ย.) สามารถใช้สิทธิ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" ผ่านแอปฯ เป๋าตังได้วันแรก บรรดาร้านค้าต่างตื่นเต้น หวังให้โครงการช่วยกระตุ้นการจับจ่าย
บรรดาร้านค้าภายในตลาดสดเทศบาลตำบลกำแพง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าในโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ขึ้นป้ายประชาสัมพันธ์ ให้ลูกค้าได้รับทราบว่าร้านนี้สามารถใช้สิทธิได้
เจ้าของเขียงขายหมูสด บอกว่านอกจากติดป้ายให้ลูกค้าทราบ ก็ยังได้โพสต์เฟซบุ๊ก ส่งข้อความ และโทรไปแจ้งให้ลูกค้าประจำได้รับทราบว่า สามารถมาใช้สิทธิกันได้ เชื่อว่าลูกค้าจะออกมาจับจ่ายมากขึ้น
ส่วนร้านขายเครื่องปรุง และกะทิสด มีความหวังว่าโครงการฯ จะช่วยกระตุ้นยอดขายมากกว่าเดิม สั่งสินค้าที่จำเป็นมาสต็อก พร้อมอยากเชิญชวนให้ลูกค้ามาอุดหนุนร้านขายปลีกกันเยอะ ๆ
ส่วนร้านค้า ร้านอาหารในพื้นที่ ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เมื่อวานนี้เงียบเหงา บรรดาร้านค้าต่างติดป้ายเข้าร่วมโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ลดภาระ ลดค่าครองชีพ โดยเฉพาะร้านขายของเบ็ดเตล็ด สิ่งที่ขายดีที่สุดเมื่อวานนี้ เป็นป้ายเข้าร่วมโครงการฯ ป้ายไวนิล ขนาด 80 × 40 เซนติเมตร ขายราคาแผ่นละ 50 บาท หากเป็นฟิวเจอร์บอร์ดขายราคา 30 บาท
แม่ค้าต่างบอกเป็นเสียงเดียวกัน วันนี้ไม่มีคนมาซื้อของ เพราะเชื่อว่าทุกคนรอใช้สิทธิวันนี้ ร้านมินิมาร์ท บอกว่าสต็อกสินค้าที่จำเป็น อาทิ สบู่ ผงซักฟอก เครื่องปรุงเอาไว้รองรับลูกค้า ยังขายทุกอย่างในราคาเดิม มีความคาดหวังว่า การจับจ่ายจะดีขึ้น เหมือนช่วงที่มีโครงการที่ผ่านมา แต่แม่ค้าบางคนก็ไม่กล้าสต็อกสินค้า ขอดูสถานการณ์วันแรกก่อน
ไม่ต่างจากบรรยากาศร้านค้า ที่อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาเข้าร่วมโครงการฯ แต่ยังไม่มีป้าย "โครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ลดภาระ ลดค่าครองชีพ" นำป้ายเดิม "คนละครึ่ง" มาติดหน้าร้านก่อน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้ลูกค้าทราบว่าทางร้านได้เข้าร่วมโครงการฯ
และตามร้านค้าก็เติมสต็อกสินค้าเพิ่ม หวังกระตุ้นยอดขาย หลังซบเซาจากภาวะเศรษฐกิจ ผลกระทบความตึงเครียดตามแนวชายแดน ผู้ประกอบการเชื่อว่าโครงการฯ จะช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง อยากให้มีไปตลอด
ส่วนร้านอาหารในพื้นที่จังหวัดตรัง ยังใช้ป้ายโครงการคนละครึ่งของเก่า แจ้งเตือนลูกค้าว่าวันนี้ 1 มิถุนายน สามารถมาใช้สิทธิกันได้ เจ้าของข้าวขาหมู บอกว่าที่ผ่านมเข้าร่วมโครงการรัฐมาตลอด ตั้งแต่คนละครึ่ง จนมาถึงไทยช่วยไทย พลัส แต่ละครึ่งกระตุ้นการจับจ่ายได้เป็นอย่างดี ทุกครั้งตนเองมียอดขายสูงขึ้น 80% รอบนี้ก็หวังว่าจะดีเหมือนเดิม ได้เตรียมวัตถุดิบเพิ่มขึ้น สำหรับการใช้วันแรกเอาไว้เรียบร้อย มั่นใจว่าระบบการใช้เงิน ใช้สิทธิไม่มีปัญหา
สำหรับโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" (60/40) เริ่มใช้วันแรกวันนี้ (1 มิ.ย.) 06.00-23.00 น. อันดับแรกแนะนำให้เติม เติมเงินใน G-Wallet ให้พร้อม เมื่อไปถึงร้านให้เปิดแอปฯ เป๋าตัง กดเลือกสัญลักษณ์โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" 60/40 กดสแกน QR Code ยังร้านค้าที่ร่วมโครงการที่เราไปซื้อ ตรวจสอบยอดเงินค่าสินค้ากดยืนยันการชำระเงิน แอปฯ จะให้เราใส่รหัส 6 หลัก ถือว่าการซื้อสมบูรณ์
เงื่อนไขการใช้สิทธิ รัฐบาลจะทยอยโอนเงินเข้าระบบ เดือนละ 1,000 บาท รวม 4 เดือน หรือ 4,000 บาท รัฐช่วย 60% ประชาชน จ่าย 40% แต่ละวันรัฐฯ ให้สูงสุด 200 บาท หากประชาชนต้องการใช้เต็มสิทธิ ต้องเติมเงินวันละ 133 บาท วงเงินได้วันละ 333.33 บาท ใช้จ่ายได้ถึงวันที่ 30 กันยายน
ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วันนี้ (1 มิ.ย.) รัฐบาลจะเติมเงินเข้าระบบบัตรสวัสดิการฯ ให้อีกเดือนละ 700 บาท จากที่ได้อยู่แล้ว 300 บาท รวมเป็นเดือนละ 1,000 บาท ระหว่างนี้ ให้รอกระทรวงการคลังแจ้งเงื่อนไขการอัปเดตข้อมูล คาดไม่เกิน 2 เดือน หากหลุดจากสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐ อีก 2 เดือนที่เหลือจะได้รับสิทธิ์ ไทยช่วยไทย พลัส ต่อ 2,000 บาท รวมได้สิทธิเท่ากันคนละ 4,000 บาท
"ไทยช่วยไทย พลัส" 60/40 สามารถใช้เดินทางด้วย รถไฟฟ้า BTS, รถไฟฟ้าสายสีทอง, MRT สายสีน้ำเงิน สีม่วง สีเหลือง สีชมพู, รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ (ARL) และรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง วิธีการเหมือกัน เติมเงินเข้า G-Wallet ในแอปฯ "เป๋าตัง" ให้เพียงพอ ติดต่อเจ้าหน้าที่ ณ ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารของสถานี เพื่อสแกน QR Code ไม่สามารถสแกนที่ตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติได้ ตรวจสอบยอดเงินร่วมจ่าย กดยืนยันใส่รหัส PIN 6 หลัก รับตั๋วโดยสารเพื่อใช้เดินทางทันที