กระทรวงการคลัง เตรียมพร้อม คัดกรองเกณฑ์ใหม่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13 ล้านคนมีผู้สิทธิหลุด
ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีสำหรับโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" วันแรก กระทรวงการคลัง สรุปยอดการใช้จ่ายโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส วันแรก 17.00 น. ยอดใช้จ่ายกว่า 1 พันล้านบาท ประชาชนร่วมจ่ายกว่า 454 ล้านบาท รัฐร่วมจ่ายกว่า 629 ล้านบาท มีผู้ใช้จ่าย 5 ล้านคน จำนวนร้านที่มีการใช้จ่ายกว่า 5 แสนร้านค้า
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การใช้สิทธิวันแรก (1 มิ.ย. 69) ประชาชนและร้านค้าใช้สิทธิผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” กันอย่างคึกคัก เวลา 17.00 น. มียอดใช้จ่ายรวม 1,084.43 ล้านบาท
โดยประชาชนจ่าย 454.78 ล้านบาท รัฐร่วมจ่าย 629.65 ล้านบาท จำนวนผู้ใช้จ่าย 5 ล้านคน และจำนวนร้านค้าที่มีการใช้จ่าย 5.66 แสนร้านค้า ประชาชนสามารถใช้สิทธิซื้อสินค้ากับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ และใช้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะ โดยชำระผ่าน G Wallet ในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่บัดนี้ - วันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 - 23.00 น. และสั่งอาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรีที่ร่วมโครงการ ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 - 21.00 น.
ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (1 มิ.ย. 69) เป็นวันแรกที่รัฐบาลได้โอนเงินสนับสนุนเพิ่มเติมอีก 700 บาทต่อคนต่อเดือน ทำให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้รับวงเงินรวม 1,000 บาทต่อเดือน จากเดิม 300 บาท เป็นระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน - กันยายน 2569 มีผู้มาใช้สิทธิตรวจสอบข้อมูล และสแกนใบหน้าเพื่อเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตรวจสอบสิทธิใหม่
กรณีกลุ่มผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน นายเอกนิติ กล่าวว่า บุคคลที่ไม่มีสมาร์ทโฟนหรือรายได้น้อย น่าจะอยู่ในกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว โดยวันที่ 2 มิถุนายน 2569 กระทรวงการคลัง จะเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อตรวจสอบสิทธิใหม่ โดยจะนำสิทธิของผู้รับสิทธิเก่า ซึ่งปัจจุบันมี 13.18 ล้านคน มาคัดกรองตามเกณฑ์ใหม่ คาดว่าปริมาณผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอาจลดลง 20 – 40% ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณได้มากกว่า 20,000 ล้านบาท
สำหรับผู้ที่ตกหล่นหรือเป็นผู้มีรายได้น้อย สามารถไปติดต่อได้ที่กระทรวงมหาดไทยเพื่อเก็บตกมาคัดกรองใหม่ โดยไม่มีการเปิดลงทะเบียนใหม่
ขอบคุณข้อมูล กรมประชาสัมพันธ์