ห้องข่าวภาคเที่ยง - กองทัพบก ยืนยันทำงานตามแผนยุทธวิธี เข้าโจมตีกาสิโนช่องสะงำ วิเคราะห์ผ่านการข่าวกรองให้ทำภารกิจได้อย่างแม่นยำ ย้ำระดมปืนใหญ่ 50 นัด ประสานภารกิจกับอากาศยาน จนกัมพูชาไม่สามารถตั้งฐานปฏิบัติการทางทหารได้อีก
เป็นภารกิจในช่วงตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา ของกำลังพลแนวหน้าปฏิบัติงาน ที่มีรายงานข่าวจากกองทัพบก เปิดเผยถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตต่อปฏิบัติการปราบปรามฐานสแกมเมอร์ หรือคอลเซนเตอร์ บริเวณด่านช่องสะงำ จังหวัดศรีสะเกษ มีความเข้มข้นน้อยกว่าพื้นที่ชายแดนจุดอื่น ๆ และเข้าปฏิบัติหลังสุด ที่ยืนยันได้ว่า กองทัพทำตามหลักยุทธวิธีทางทหาร และการจัดลำดับความสำคัญของเป้าหมาย ต้องมีการรวบรวมข้อมูลจากหน่วยข่าวกรอง หน่วยลาดตระเวน และนายทหารฝ่ายเสนาธิการ วิเคราะห์พื้นที่ ภัยคุกคาม และผลกระทบอย่างละเอียด เพื่อจัดลำดับว่าเป้าหมายเร่งด่วนมากที่สุด ใช้กำลังให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อภารกิจโดยรวม มุ่งเน้นการเข้าตีเพื่อทำลายเป้าหมายหลัก ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศก่อน
เมื่อสามารถควบคุมสถานการณ์ในจุดวิกฤตได้แล้ว จึงขยายผลสู่เป้าหมายลำดับถัดไปตามแผนยุทธการ เพื่อผลลัพธ์สุดท้ายป้องกันภัยคุกคามที่เกิดขึ้นให้สิ้นซาก และช่องสะงำ เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญแม้จะเป็นพื้นที่ในช่วงท้ายของไทม์ไลน์ กำลังพลได้ใช้อาวุธยิงสนับสนุนโจมตีเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ทั้งรถถัง ปืนใหญ่กว่า 50 นัด อากาศยาน เพื่อทำลายฐานปฏิบัติการของฝ่ายตรงข้าม ที่ใช้อาวุธทุกชนิดอย่างเข้มข้น ตามแผนที่กำหนด ไม่แตกต่างจากพื้นที่อื่น เพียงแต่ความเสียหายภายในอาคารและสิ่งปลูกสร้าง อาจไม่สามารถประเมินได้จากการสังเกตภายนอก เนื่องจากพื้นที่อยู่ในเขตของอีกฝ่าย และไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้โดยตรง
และในช่วงเช้าก่อนประชุม ครม. นายกรัฐมนตรี เรียกหน่วยงานด้านความมั่นคง พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม, นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. มารายงานสถานการณ์ชายแดนใต้