ชาวประมง ยัน ปลาหมอคางดำ หลุดสู่ทะเลนานแล้ว หลังพบระบาดหนักตลอดคลองบางปู

ชาวประมง ยัน ปลาหมอคางดำ หลุดสู่ทะเลนานแล้ว หลังพบระบาดหนักตลอดคลองบางปู

View icon 8
วันที่ 2 มิ.ย. 2569 | 11.57 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ปลาหมอคางดำ ทะลักถึงประตูน้ำตำหรุ อำเภอเมืองสมุทรปราการ ขณะที่ ชาวประมง ยัน ปลาหมอคางดำ หลุดสู่ทะเลนานแล้ว หลังพบระบาดหนักตลอดคลองบางปู

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สถานีสูบน้ำตำหรุ อำเภอเมืองสมุทรปราการ หลังมีการเปิดประตูระบายน้ำคลองบางปูลงสู่ทะเล เพื่อเตรียมรองรับฝนในช่วงสัปดาห์นี้ พบชาวประมงพื้นบ้านยังจับปลาหมอคางดำได้เป็นจำนวนมาก พร้อมแสดงความกังวลว่า ปลาต่างถิ่นชนิดนี้หลุดออกสู่ทะเลนานแล้ว ขณะที่ผลสำรวจของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลสมุทรปราการ ยืนยัน พบปลาหมอคางดำในหลายพื้นที่ รวมถึงคลองตำหรุ คลองด่าน และป่าชายเลนบางปู

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณสถานีสูบน้ำตำหรุ ถนนสุขุมวิท ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างคลองบางปูกับทะเล ภายหลังจากเมื่อช่วงเย็นของวันที่ผ่านมา มีการเปิดประตูระบายน้ำ เพื่อพร่องน้ำในคลองและเตรียมรองรับสถานการณ์ฝนตกที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในพื้นที่ตลอดสัปดาห์นี้

จากการสำรวจพบว่าระดับน้ำภายในคลองลดลงอย่างชัดเจน บริเวณหน้าประตูระบายน้ำยังคงพบปลาจำนวนมากว่ายรวมตัวอยู่ตามผิวน้ำ โดยเฉพาะปลาหมอคางดำที่สามารถมองเห็นลอยตัวขึ้นมาเป็นระยะ ขณะที่ชาวประมงพื้นบ้านยังคงลงหว่านแหจับปลาบริเวณดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

ภาพที่ผู้สื่อข่าวบันทึกได้ พบชาวประมงพื้นบ้านกำลังลงไปหว่านแหบริเวณหน้าสถานีสูบน้ำตำหรุ โดยใช้แหขนาดใหญ่ทอดลงในจุดที่ฝูงปลารวมตัวกันอยู่ ก่อนจะสามารถจับปลาหมอคางดำขึ้นมาได้หลายตัว ขณะที่บริเวณริมตลิ่งยังพบปลาหมอคางดำที่ติดแหถูกนำขึ้นมาวางรวมกัน สะท้อนให้เห็นว่าปลาชนิดนี้ได้กลายเป็นสัตว์น้ำหลักในคลองบางปูไปแล้ว

นายทน อายุ 65  ปี  ชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ปัจจุบันปลาที่จับได้ส่วนใหญ่เป็นปลาหมอคางดำ โดยแต่ละครั้งสามารถจับได้ประมาณ 2-3 กิโลกรัม และพบได้แทบทุกวัน ช่วงนี้จับได้แต่ปลาหมอคางดำเป็นส่วนใหญ่ แทบไม่ค่อยเจอปลาชนิดอื่นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว หากจับได้มากก็จะนำไปแปรรูปเป็นปลาเค็ม ส่วนรสชาติกินได้ แต่เนื้อจะค่อนข้างแข็งกว่าและไม่อร่อยเท่าปลานิล

ด้านนายเฉลิม อาจสำอาง อายุ 65 ปี ชาวประมงในพื้นที่ กล่าวว่า ตนออกมาหาปลาบริเวณนี้เป็นประจำและเคยนำปลาหมอคางดำมารับประทานหลายครั้ง โดยรสชาติโดยรวมคล้ายปลานิล แต่เนื้อมีความเหนียวมากกว่า นิยมนำไปทอดหรือทำปลาเค็ม ช่วงนี้หาปลาได้แต่ปลาหมอคางดำเป็นหลัก เมื่อก่อนยังมีปลาอีกหลายชนิด แต่ตอนนี้เหลือน้อยลงมาก

ชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลตรงกันว่า ปกติจะมีการเปิดประตูระบายน้ำเพื่อระบายน้ำจากคลองบางปูลงสู่ทะเล ซึ่งต่างกังวลว่าปลาหมอคางดำจำนวนมากอาจหลุดรอดออกไปยังบริเวณชายฝั่งทะเลแล้ว เนื่องจากปัจจุบันยังพบปลาชนิดดังกล่าวกระจายตัวหนาแน่นบริเวณปากคลองและพื้นที่ใกล้เคียง

ทั้งนี้ ข้อมูลจากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลสมุทรปราการ ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 7-8 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจปลาหมอคางดำ ได้ลงพื้นที่ติดตามความชุกชุมและการแพร่กระจายในแหล่งน้ำธรรมชาติ 5 แห่ง ในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอบางพลี และอำเภอบางบ่อ

ผลการสำรวจพบปลาหมอคางดำในทุกจุดที่เข้าตรวจสอบ ได้แก่ คลองบางกระบือ คลองตำหรุ คลองด่าน ป่าชายเลนบางปู และบริเวณสวางคนิวาส สภากาชาดไทย โดยเฉพาะในคลองตำหรุพบปลาหมอคางดำอาศัยอยู่ในน้ำที่มีค่าความเค็ม 18 ส่วนในพันส่วน (ppt) ขณะที่คลองด่านพบในน้ำความเค็ม 19-20 ppt และบริเวณป่าชายเลนบางปูพบในน้ำความเค็มสูงถึง 19-22 ppt

นอกจากนี้ยังพบปลาหมอคางดำหลายช่วงขนาด ตั้งแต่ 1-22 เซนติเมตร สะท้อนถึงการขยายพันธุ์และเจริญเติบโตในธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง แม้ในพื้นที่น้ำกร่อยและพื้นที่ใกล้ชายฝั่งทะเล โดยพบร่วมกับสัตว์น้ำชนิดอื่น อาทิ ปลากระบอก ปลากด ปลาบู่ ปลาหมอไทย ปลาหมอมายัน กุ้งขาว และกุ้งฝอย

ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับสิ่งที่ชาวบ้านและชาวประมงในพื้นที่พบเห็นมาตลอดกว่า 1 ปีที่ผ่านมา ว่าปลาหมอคางดำได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วและกลายเป็นปลาชนิดหลักในคลองบางปู ส่งผลให้ปลาพื้นถิ่นหลายชนิดลดจำนวนลงอย่างเห็นได้ชัด

ชาวบ้านจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามสถานการณ์ ศึกษาผลกระทบต่อระบบนิเวศ และกำหนดมาตรการควบคุมประชากรปลาหมอคางดำอย่างจริงจัง โดยเฉพาะบริเวณคลองเชื่อมต่อสู่ทะเล เพื่อป้องกันการขยายวงของปลาต่างถิ่นชนิดนี้และลดผลกระทบต่อทรัพยากรสัตว์น้ำในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง