รวบชายหญิง เปิดร้านคาราโอเกะบังหน้า ลอบค้าประเวณีเด็ก ท้ากฎหมาย พบมีประวัติเคยถูกจับคดีค้ามนุษย์ ยังทำซ้ำ

รวบชายหญิง เปิดร้านคาราโอเกะบังหน้า ลอบค้าประเวณีเด็ก ท้ากฎหมาย พบมีประวัติเคยถูกจับคดีค้ามนุษย์ ยังทำซ้ำ

View icon 19
วันที่ 2 มิ.ย. 2569 | 13.59 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (2 มิ.ย. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 2 คน คือ

1. น.ส.สกุลณา (เจ้าของร้าน) อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 7203/2568 ลงวันที่ 2 ธ.ค. 2568
2. นายนิวัฒน์ (อดีตสามีเจ้าของร้าน) อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 7201/2568 ลงวันที่ 2 ธ.ค. 2568

ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐาน ค้ามนุษย์ฯ” 

พฤติการณ์ ก่อนเข้าทำการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม. พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิ International Protection Alliance (IPA) และ เจ้าหน้าที่มูลนิธิ Our Rescue ประเทศไทย ได้ทำการช่วยเหลือ น.ส.เอ และ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 16 ปี  ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เข้ารับการคุ้มครองสวัสดิภาพ และฟื้นฟูสภาพจิตใจ ณ สถานคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

จากการซักถามผู้เสียหายทั้งสอง ได้ความว่าเมื่อประมาณกลางปี 2567 ขณะนั้นผู้เสียหายทั้งสอง อายุเพียง 15 ปี ได้ชักชวนกันไปเที่ยวที่พัทยา จ.ชลบุรี ขณะที่อยู่พัทยา ได้ชักชวนไปทำงานร้านคาราโอเกะในพื้นที่ อ.สัตหีบ ผู้เสียหายจึงได้ตกลงไปทำงานด้วยกัน

หลังจากติดต่อกันทางร้านแล้วเรียบร้อย นายนิวัฒน์ ได้ขับรถกระบะพาพวกผู้เสียหายไปที่ร้านดังกล่าวในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และได้เริ่มทำงานที่ร้านในวันรุ่งขึ้น

โดยร้านคาราโอเกะเป็นห้องแอร์ มีตู้คาราโอเกะแบบหยอดเหรียญให้ลูกค้าร้องเพลงได้ เปิดให้บริการตอน 17.00 น. ปิดตอน 03.00 น. หรือบางครั้งเปิดจนถึงเช้า ขึ้นอยู่กับว่าลูกค้าจะกลับตอนไหน ในส่วนของวิธีการซื้อบริการทางเพศจากทางร้านจะเป็นการนั่งดื่มก่อน แล้วค่อยตกลงการจ่ายเงินค่าตัวกัน

โดยลูกค้าจะจ่ายเงินให้กับ น.ส.สกุลณา มีทั้งการโอน และการจ่ายเป็นเงินสดที่หน้าร้าน จากนั้นจะไปให้บริการทางเพศ แก่ลูกค้าที่รีสอร์ท บริเวณใกล้กับร้าน ในส่วนเงินค่าตัวที่ออกแขกจะได้ค่าตัวครั้งละ 1,500 บาท ทั้งหมดที่ได้

ในทุกครั้งจะต้องหักให้กับทางร้าน 300 บาท เหลือ 1,200 บาท เป็นค่าตัวที่ได้จริง น.ส.สกุลณา จะรวบรวมเก็บไว้ และจะรวมจ่ายเป็นเงินเดือนทุกสิ้นเดือนหรือวันที่ 1 ของเดือนถัดไป ในแต่ละเดือนมีการหักค่าน้ำค่าไฟอีก 200 บาท 

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม. ได้ทำการสืบสวนจนทราบแน่ชัดแล้วว่า น.ส.สกุลณา และ นายนิวัฒน์ ได้เลิกรากันไปแล้ว แต่ทั้งคู่ยังอยู่ในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดย น.ส.สกุลณา ยังคงเปิดร้านคาราโอเกะอยู่ดังเดิม

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการจับกุม น.ส.สกุลณา ได้ที่ร้านคาราโอเกะ ในพื้นที่ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และ ได้ตรวจสอบอายุของพนักงานของทางร้านกว่า 20 คน พบว่าอายุเกิน 18 ปี แต่ในขณะเข้าจับกุมยังไม่พบตัว นายนิวัฒน์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม. เชื่อว่านายนิวัฒน์  ทราบข่าวการจับกุม จะต้องมาดูที่ร้าน จึงได้วางกำลังดักซุ่มดู

กระทั่งกลางดึกของคืนเดียวกัน นายนิวัฒน์ ได้ขับรถเข้ามาดูร้านจริง และเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวไว้ได้ สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น 

1. น.ส.สกุลณา ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
2. นายนิวัฒน์ ให้การรับให้การภาคเสธ และให้การเพิ่มเติมอีกว่าตนเป็นอดีตสามีของ น.ส.สกุลณา ทำหน้าที่หาเด็ก และรับส่งเด็กที่มาทำงานที่ร้านจริง แต่ไม่เคยรู้ว่ามีการค้าประเวณีในร้าน