อว.-ศธ. ปรับหลักสูตรใหญ่ ยกระดับวิชา ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง-ภาษาไทย

อว.-ศธ. ปรับหลักสูตรใหญ่ ยกระดับวิชา ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง-ภาษาไทย

View icon 15
วันที่ 2 มิ.ย. 2569 | 16.11 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“ยศชนัน-ประเสริฐ” จับมือปรับหลักสูตรใหญ่ ยกระดับวิชา “ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง-ภาษาไทย” พร้อมแก้ปมเด็กไทย รร.อินเตอร์ ต้องไม่ทิ้งภาษาแม่

วันนี้ (2 มิ.ย.69) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แถลงถึงทิศทางสำคัญของรัฐบาล ในการเดินหน้าปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาครั้งใหญ่ โดยมุ่งยกระดับการจัดการเรียนการสอน 3 วิชาหลัก ได้แก่ ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง และภาษาไทย ควบคู่กับการพัฒนาระเบียบวินัยและการเป็นพลเมืองโลก 

การปรับหลักสูตรครั้งนี้ไม่ใช่การลดทอน แต่คือการเสริมสร้างให้บทเรียนมีความลึกซึ้ง และมีความหมายสอดรับกับแนวทาง "หลักสูตรฐานสมรรถนะ" อย่างแท้จริง และเข้าใจรากเหง้า เพื่อก้าวไปข้างหน้า เพราะสมรรถนะที่แท้จริงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงทักษะอาชีพ แต่คือความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์

ฉะนั้นการปรับปรุงวิชาประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ จะเปลี่ยนผ่านจากการท่องจำสู่ "การวิเคราะห์ด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์" เพื่อให้เยาวชนเข้าใจพัฒนาการของชาติ และบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงอุทิศเพื่อประชาชนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในฐานะเรื่องราวที่พลเมืองทุกคนมีส่วนร่วม พร้อมย้ำว่า ทุกประเทศที่มีระบบการศึกษาเข้มแข็ง ล้วนสอนให้เด็กรู้จักรากเหง้าของตนเอง รู้ว่าตนเป็นใคร มาจากไหน และมีหน้าที่อะไรต่อสังคม ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงเชื่อมั่นว่าหากพลเมืองเข้าใจที่มาของประเทศ ก็จะมีความพร้อมในการมีส่วนร่วมสร้างชาติได้

นอกจากนี้ วิชาหน้าที่พลเมืองจะมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ ควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์ไทย พร้อมออกแบบกิจกรรมที่ฝึกทักษะการทำงานเป็นทีม การเป็นผู้นำ การแก้ปัญหา และจิตอาสา เพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กไทยสามารถยืนหยัดและแข่งขันในโลกที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นคง

สำหรับโครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) มูลค่า 5.4 พันล้านบาท ของกระทรวง อว. ซึ่งถูกจับตาว่าเสี่ยงต่อการทุจริตนั้น นายยศชนัน กล่าวว่า ก็เป็นไปตามกระบวนการ หลังจากที่เราทำทีโออาร์ ก็มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพูดคุยประเด็นดังกล่าว ซึ่งตนจะเสนอแผนในการดำเนินการต่างๆ ต่อไป ส่วนจะยกเลิกหรือไม่นั้น ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยขั้นแรกต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาส่วนนี้ เพื่อให้มีความชัดเจน และเราต้องรับฟังเสียงทุกคน

ผู้สื่อข่าวถามว่า โลกโซเชียลมีการเรียกร้องให้ยกเลิกวิชากระบี่กระบอง ลูกเสือ-เนตรนารี และวิชาประวัติศาสตร์  นายยศชนัน เปิดเผยว่า เรื่องนี้เราต้องสื่อสารให้ชัดเจน เราอยากทำให้เป็นบริบทเดียวกัน ไม่ใช่แยกแต่ละวิชา เพราะปัจจุบันเราต้องมีการบูรณาการ ซึ่งเราพยายามทำในเชิงมิติสังคม และวิทยาการ ให้ผสมได้อย่างลงตัว

เมื่อถามว่า ในอนาคตมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะปฏิรูปเนื้อหาวิชาประวัติศาสตร์ หรือ หน้าที่พลเมือง นายยศชนัน กล่าวว่า ในเรื่องของ Global Citizens อาจจะไม่ใช่ชื่อวิชานี้ แต่จะเป็นการผสมด้านวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมต่างๆ ซึ่งตนเชื่อว่าจะสามารถผสมเรื่องเหล่านี้เข้ากันได้ โดยที่ยังมี “ดีเอ็นเอ” ของความเป็นไทยอยู่

ด้าน นายประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการเรียนรู้แบบไร้ขีดจำกัด ผ่าน 3 หลักการ  ประกอบด้วย 1. ส่วนรายวิชา จะมุ่งเน้นเนื้อหาที่ทันสมัยและวิเคราะห์เชิงลึก 2. ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะเน้นการฝึกวินัยและจิตสาธารณะ และ 3. ส่วนกิจกรรมเสริมหลักสูตร จะปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ ครอบคลุมความรักชาติ ซื่อสัตย์ มีวินัย และความเป็นไทย

ขณะเดียวกัน กระทรวงฯ จะส่งเสริมให้สถานศึกษาบูรณาการเทคโนโลยี ทั้งสื่อดิจิทัลและแพลตฟอร์มออนไลน์ เข้ากับแหล่งเรียนรู้ดั้งเดิม เช่น พิพิธภัณฑ์และพื้นที่ในชุมชน โดยเฉพาะวิชาประวัติศาสตร์ที่ประสบการณ์จากพื้นที่จริง ซึ่งไม่สามารถหาได้จากในห้องเรียน พร้อมเปิดกว้างให้ "ครู" มีอิสระในการเลือกสื่อที่เหมาะสมกับบริบทของนักเรียนมากที่สุด

ส่วน "ภาษาไทย" เป็นฐานรากที่แข็งแกร่งสู่การเรียนรู้ภาษาที่สอง ฉะนั้นเราจะต้องรักษาภาษาแม่ เช่น ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ที่มีหน่วยงานระดับชาติกำกับดูแลมาตรฐานภาษา ควบคู่ไปกับการผลักดันสู่เวทีโลก นอกจากนี้ งานวิจัยด้านประสาทวิทยาทั่วโลกยังยืนยันว่า เยาวชนที่มีทักษะภาษาแม่แข็งแกร่ง จะสามารถเรียนรู้ภาษาที่สองได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การพูดได้หลายภาษายังช่วยพัฒนาความจำ สมาธิ และทักษะการแก้ปัญหา การส่งเสริมภาษาไทยจึงไม่ใช่การแย่งพื้นที่ภาษาอังกฤษ แต่เป็นการสร้างฐานรากที่มั่นคง

ส่วนกรณีเยาวชนสัญชาติไทยในโรงเรียนนานาชาติ ขาดทักษะภาษาไทย นั้น นายประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวงฯ ได้หารือร่วมกับสมาคมโรงเรียนนานาชาติแล้ว และทุกฝ่ายมีวิสัยทัศน์ร่วมกันว่าเยาวชนไทยทุกคนควรสื่อสารภาษาของตนเองได้ โดยกระทรวงฯ พร้อมให้การสนับสนุนแนวทางดูแลทักษะภาษาไทยแก่นักเรียนกลุ่มดังกล่าว โดยไม่กระทบต่อจุดเด่นและหลักสูตรของแต่ละสถานศึกษา

นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการได้สื่อสารแนวทางทั้งหมดไปยังสถานศึกษาทุกสังกัด ภายใต้กรอบ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และหลักสูตรแกนกลางฯ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศต่อไป โดยในวันที่ 4 มิ.ย.นี้ จะมีการประชุมอนุกรรมการยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาครั้งแรก โดยมี นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ เป็นประธานคณะอนุกรรมฯ พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญในด้านการศึกษาเข้าร่วมประชุม

สำหรับกรณีที่ฝ่ายค้าน ซึ่งนำโดย พรรคประชาธิปัตย์ เตรียมที่จะตรวจสอบการใช้งบประมาณของ อว. และ ศธ. ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยี หรือ AI ในลักษณะที่คล้ายกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนั้น นายประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการกำลังตรวจสอบโครงการนี้อยู่ แต่เนื่องจากโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่เกิดขึ้นก่อนรัฐบาลชุดนี้จะเข้ามาบริหาร แต่เมื่อเราเข้ามาดำรงตำแหน่งแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องช่วยดูให้มันละเอียดรอบคอบอีกครั้งหนึ่ง เพื่อทำให้เรื่องนี้มีความโปร่งใสและเป็นประโยชน์กับนักเรียนนักศึกษาอย่างแท้จริง

นายประเสริฐ ยังยอมรับด้วยว่าในกระทรวงศึกษาธิการมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับทั้งเทคโนโลยี และ AI แต่ตนจะไปทบทวนในรายละเอียดอีกครั้งให้รอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา หรือ การใช้งบประมาณที่ไม่มีประสิทธิภาพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง