ข่าวเย็นประเด็นร้อน - หลังโลกโซเชียลแห่แชร์ เรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ตามหาลูกสาวอายุ 7 ขวบ หายตัวไป หลังจากมาบอกแม่ว่า จะออกไปหาซื้อขนมกิน แล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เป็นเวลา 3 วัน ที่สุดปาฏิหาริย์ไม่มีจริง พบศพ "น้ององุ่น" เสียชีวิตอยู่กลางสวนยาง ซึ่งตำรวจกำลังไขปริศนาการเสียชีวิต ซึ่งจากสภาพศพที่พบ บ่งชี้ว่าถูกกระทำให้เสียชีวิต แต่จะเป็นใคร ? และด้วยวิธีการใด ต้องรอผลชันสูตรยืนยัน
"น้ององุ่น" หายตัวไปจากบ้านทิโคร่ง หมู่ที่ 4 ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี ตั้งแต่ช่วงสายวันที่ 30 พฤษภาคม ครอบครัว เพื่อนบ้าน และเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ระดมค้นหา รวมทั้งมีคนร่วมกันแชร์ภาพและข้อมูลในโลกโซเชียล แต่ก็ไร้วี่แววไม่เจอ "น้ององุ่น"
กระทั่งช่วงสายเมื่อวาน (1 มิ.ย.) ครอบครัวต้องรับข่าวร้าย เมื่อมีคนงานไปพบร่างน้องนอนเสียชีวิตอยู่บริเวณกอไผ่ กลางสวนยางฯ ห่างจากบ้านประมาณ 500 เมตร และอยู่ฝั่งตรงข้ามศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ลึกจากถนนสายทองผาภูมิ-สังขละบุรี เข้าไปประมาณ 200 เมตร
สภาพศพที่พบ "น้ององุ่น" สวมเสื้อยืดสีดำ นุ่งกางเกงสีชมพู ที่มีรอยฉีกขาด เปื้อนดิน ร่างเริ่มเปลี่ยนสภาพ ส่งกลิ่นแล้ว ลักษณะนอนตะแคง มือ 2 ข้างไพล่หลัง แต่ไม่พบเชือก หรือสิ่งของที่ใช้มัด
เบื้องต้นจากการตรวจสอบศพ พบบริเวณลำคอมีสีคล้ำ คล้ายถูกบีบคอ ส่วนที่ใต้คาง มีบาดแผล 2 แผล และใบหน้า มีรอยช้ำเป็นจ้ำ ๆ เหมือนโดนของแข็งทุบ
ซึ่งจากร่องรอยที่พบบนร่าง "น้ององุ่น" บ่งชี้ว่าน่าจะถูกใครบางคน ? กระทำให้เสียชีวิต แล้วน่าจะมีการเคลื่อนย้ายร่าง นำมาอำพรางไว้กลางสวนยางฯ จุดที่มีคนงานมาพบร่างของน้องด้วย ประเด็นที่สงสัยจะกระจ่างมากขึ้น ต้องรอผลการชันสูตรหาสาเหตุ ขณะนี้ร่างน้องถูกส่งมาชันสูตร ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ
สอบถามครอบครัว เล่าว่า "น้ององุ่น" เป็นคนร่าเริง พูดเก่ง ทำให้มีเพื่อนเยอะ โดยวันที่น้องหายตัวไป แม่ไม่อยู่บ้าน จึงปล่อยน้องให้อยู่กับน้าสาว และพี่สาว โดยปกติเวลาจะออกนอกบ้าน น้องต้องไปกับพี่สาว หรือเพื่อนในหมู่บ้าน
แต่วันนั้น น้องบอกกับที่บ้านว่าจะไปเล่นบ้านเพื่อน ที่อยู่ห่างไปไม่ไกล และก็เดินออกไปคนเดียว แต่หลังจากที่เสียชีวิต ครอบครัวเพิ่งมารู้ว่า น้องเดินออกจากบ้านไปไกลกว่า 700 เมตร เพื่อไปซื้อขนม โดยมีธนบัตรใบละ 20 บาท 2 ใบ ติดมือไปด้วย แต่ไม่มีใครรู้ว่า เงินที่น้องถือ ใครให้
สอดคล้องกับคำให้การของร้านขายของชำ ที่ "น้ององุ่น" เดินไปซื้อขนม ยืนยัน น้องถือธนบัตร 20 บาท มาจำนวน 2 ฉบับ ซื้อขนมในราคา 30 บาท และทอนกลับไปให้ 10 บาท
วันนั้น น้องมาคนเดียว ซึ่งปกติแล้ว ไม่ค่อยได้มาซื้อขนมที่ร้านนี้ เพราะอยู่ห่างจากบ้านค่อนข้างไกล 700 เมตร อีกทั้งข้างบ้านของน้อง ก็มีร้านขายของชำอยู่ 1 ร้าน ก็รู้สึกแปลกใจตั้งแต่วันนั้นแล้วว่า ทำไม ? น้องถึงเดินมาซื้อขนมที่นี่
คดีนี้ ตำรวจนำรถกระบะจากสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ที่อยู่ใกล้บริเวณที่พบศพมาตรวจหาลายนิ้วมือแฝง รวมทั้ง นิมนต์พระ 3 รูป เด็กวัด และชาวบ้าน ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้จุดพบศพ มาทำการเก็บตัวอย่าง DNA
ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงขณะนี้ ตำรวจเก็บตัวอย่าง DNA แล้วทั้งหมด 12 คน ส่งไปที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเปรียบเทียบกับผลการตรวจหา DNA "น้ององุ่น"
ส่วนผลการเค้นสอบปากคำชายอายุประมาณ 40 ปี ซึ่งอยู่ใน 12 คนที่ถูกเก็บ DNA ตกเป็นผู้ต้องสัยลำดับต้น ๆ ยังให้การปฏิเสธ
วันนี้ พลตำรวจเอก ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงติดตามคดีด้วยตัวเอง หลังจากประชุมร่วมกับทีมสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 และตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อคลี่คลายคดี "น้ององุ่น" ก็ลงตรวสอบสภาพพื้นที่ เก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติม
โดยเดินสำรวจตั้งแต่บริเวณจุดพบศพ เรื่อยไปถึงหมู่บ้าน บ้านของน้อง และเชื่อมโยงถึงพื้นที่วัดทิโคร่ง เบื้องต้นตำรวจพบซองขนม ลักษณะค่อนข้างใหม่ ตกอยู่บนพื้น โดยตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะเป็นขนมที่ "น้ององุ่น" ซื้อมาจากร้านค้าก่อนหายตัวไปหรือไม่
รวมทั้งไปสอบถามข้อมูลจากแม่ค้าเจ้าของร้านค้าในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นร้านที่ "น้ององุ่น" มาซื้อขนม แล้วนำเงินธนบัตรใบละ 20 บาท จำนวน 2 ใบ มาซื้อขนม มาทำการตรวจหา DNA ด้วย
มีช่วงหนึ่งที่แม่ "น้ององุ่น" ได้พบกับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฝากติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว โดยส่วนตัวแล้ว ตนเองยังคิดไม่ออกว่าใคร ที่ใจอำมหิตลงมือก่อเหตุลูกสาว เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา หรือขัดแย้งใด ๆ กับใคร