สนามข่าว 7 สี - หญิงสาว อายุ 20 ปี ไปขอความช่วยเหลือกับเพจฯ ดัง หลังเพื่อนที่รู้จักกันตั้งแต่สมัยประถมศึกษา ทักแช็ตมาขอทำอนาจารโชว์ผ่านวิดีโอคอล แน่นอนว่าเธอปฏิเสธ และพอแฟนเธอรู้เข้า ก็โมโห ตักเตือนว่าไม่ควรทำแบบนี้ จนเกิดการนัดเคลียร์ปัญหา แต่เรื่องกลับวุ่นวายกว่าเดิม เพราะอะไรไปดูภาพกัน
ภาพวงจรปิดเหตุการณ์นัดเคลียร์ปัญหา บริเวณปากซอยโชคชัย 4 ซอย 22 เขตลาดพร้าว ช่วงประมาณ 04.00 น.ของวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา คนที่เห็นในภาพ ไล่เรียงจากคนที่ถูกทำร้าย คือ แฟนหนุ่มของผู้เสียหาย, คนที่พยายามห้าม คือ แฟนสาวคนที่ถูกขอทำอนาจาร, คนที่ยืนใกล้ ๆ คือ "แม่" ของคู่กรณี ถัดไปเป็นแฟนใหม่ของแม่ที่ถือปืนขู่ และคนสุดท้ายคือ "นายโต้" ที่ลงมือทำร้ายร่างกาย และเป็นคนที่ขอทำอนาจารผ่านวิดีโอคอล
โดยผู้เสียหายเป็นหญิง อายุ 20 ปี ที่ไปขอความช่วยเหลือกับเพจฯ สายไหมต้องรอด พร้อมกับมารดา เล่าให้ฟังว่า เธอกับผู้ก่อเหตุเคยเป็นเพื่อนที่เรียนชั้นประถมศึกษามาด้วยกัน แล้วก็ขาดการติดต่อไปช่วงใหญ่ ๆ จนปัจจุบันต่างฝ่ายต่างอายุ 20 ปีเท่ากัน ก็เริ่มกลับมาถามไถ่กันตามประสาเพื่อน เธอยอมรับว่าเพื่อนเป็นคนอารมณ์รุนแรง มีแม่คอยปกป้องมาโดยตลอด แต่ก็ไม่เคยมีเรื่องคุกคามทางเพศอะไร
กระทั่งเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ช่วงประมาณ 01.00 น. จู่ ๆ ก็ได้ข้อความมา บอกว่าจะขออนุญาตทำอะไรบางอย่างที่ไม่เหมาะสม เธอก็บอกว่าถ้าจะทำ ทำไปคนเดียวก็ทำไป แล้วจู่ ๆ อีกฝ่ายก็ขอวิดีโอคอลมา ซึ่งเธอก็ปฏิเสธไป
กระทั่งแฟนของเธอมาเห็นเข้า จึงวิดีโอคอลไปตักเตือนอีกฝ่าย กลายเป็นทำให้เพื่อนไม่พอใจ จนเกิดการท้าทาย และนัดเคลียร์ปัญหากันที่ปากซอยโชคชัย 4 แต่กลายเป็นว่าคนที่มามีปัญหาด้วยคือ นางสาววิภา แม่ของเพื่อน ที่มาพร้อมกับแฟนใหม่ เดินถือมีดเข้าไปขู่ ก่อนที่แฟนใหม่ของแม่คู่กรณีจะชักปืนออกมาขู่ซ้ำ แล้วรุมทำร้ายอย่างที่เห็นในภาพ
เรื่องราวยังบานปลายไม่จบ พอผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับ สน.โชคชัย แล้วเมื่อวาน ก็ไปติดตามความคืบหน้าคดี ปรากฏมีชายคนหนึ่งอ้างตัวเป็น "ตา" ของคู่กรณี ไปพูดคุยกับตำรวจอยู่ก่อน อ้างว่าปืนที่ใช้ขู่เป็นปืนปลอม แล้วก็พยายามเกลี้ยกล่อมให้เรียกค่าเสียหาย แลกกับการยอมความ นอกจากนี้ยังอ้างว่าตัวเองรู้จักกับบุคคลสำคัญมากมาย จนถึงขนาด "ผู้กอง" ในโรงพัก ยังพูดทำนองเข้าข้างด้วย
ขณะที่ทีมข่าวลงพื้นที่ไปพูดคุยกับฝั่งคนที่เป็น "คู่กรณี" ได้เจอกับญาติของ นายโต้ บอกว่าเหตุการณ์ไม่ได้เป็นไปอย่างที่อีกฝ่ายอ้าง เหตุการณ์วันนั้นหลานชายขี่รถออกไปหาซื้ออะไหล่รถจักรยานยนต์ตอน "ตี 3" แล้วบังเอิญเจอกับคู่กรณี จึงเกิดมีปากเสียงและทะเลาะกัน หลานชายไม่มีอาวุธปืน ยืนยันจะพาหลานชายไปพบตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์
สอบถามไปทาง ผู้กำกับการ สน.โชคชัย ยืนยันทำงานมานานกว่า 20 ปี ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้กับตัวเอง และตัวเองก็ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวกับนักการเมืองที่ไหน คดีที่เกิดขึ้นจะดำเนินการไปตามขั้นตอน โดยหลังจากนี้จะเรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาสอบปากคำ ก่อนจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย