แอปฯหาคู่เป็นเหตุ หญิงวัย 47 ปี ทั้งเสียตัว ทั้งสูญเงินเกือบ 3 แสนบาท

แอปฯหาคู่เป็นเหตุ หญิงวัย 47 ปี ทั้งเสียตัว ทั้งสูญเงินเกือบ 3 แสนบาท

View icon 395
วันที่ 4 มิ.ย. 2569 | 10.57 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
เตือนภัยแอปฯหาคู่ หญิงวัย 47 ปี ชาวอุดรธานี สุดช้ำ ถูกหนุ่มหลอก เสียทั้งตัว สูญทั้งเงิน เป็นเงินเก็บส่วนตัว เงินเบี้ยคนแก่ของแม่ และเงินที่ลูกสาวส่งมาจุนเจือครอบครัว รวมเกือบ 3 แสนบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมา น.ส.แนน (นามสมมติ) อายุ 47 ปี ชาว อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวสุดช้ำใจ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับสังคม หลังถูกมิจฉาชีพในคราบชายในฝัน หลอกลวง ทั้งเสียตัว ทั้งสูญเงิน ก่อนจะเข้าร้องเรียนกับ นายวีระพล รักเสมอวงศ์ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านดุง ซึ่งเตรียมยื่นมือเข้าช่วยเหลือและเร่งประสานตำรวจเพื่อล่าตัวมิจฉาชีพคนดังกล่าว

น.ส.แนน บอกว่า ตนอาศัยอยู่คนเดียวด้วยความเหงา หลังจากหย่าขาดกับสามีที่ติดยาเสพติดอย่างหนัก จึงตัดสินใจเข้าแอปพลิเคชันหาคู่ กระทั่งเจอกับชายคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า "หนุ่ม" อายุ 47 ปี โพรไฟล์ดูดี หน้าตาคมเข้ม มีมาดคล้ายเจ้าหน้าที่ ขับรถป้ายแดง โดยนายหนุ่มได้ทักมาจีบ และอ้างว่าโสดสนิท ก่อนจะออกอุบายว่ากำลังจะเดินทางผ่านไปทำธุระแถวคำชะโนด จึงนัดเจอกันเมื่อวันที่ 14 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา

จากนั้นนายหนุ่มได้โทรศัพท์มาอ้างว่าแวะเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมัน แต่แอปพลิเคชันธนาคารมีปัญหา ไม่มีเงินสดจ่ายค่าน้ำมัน จึงขอให้ตนโอนเงินช่วยเหลือด่วน 1,500 บาท ด้วยความไว้ใจจึงโอนไปให้ เมื่อพบตัวจริงปรากฏว่าหน้าตาไม่ตรงปก ดูแก่กว่าในรูปอย่างเห็นได้ชัด แต่นายหนุ่มก็ยังทำทีเป็นคนดี ชวนไปกราบไหว้ขอพรปู่ศรีสุทโธที่คำชะโนด แต่ระหว่างทางกลับแวะร้านอาหารอีสาน ก่อนจะมีคนมาขายลอตเตอรี่ แต่ให้ตนโอนเงินจ่ายให้ 700 บาท รวมทั้งออกอุบายขอดูเงินในบัญชี

พอเห็นว่ามีเงินเก็บอยู่ประมาณ 4-5 หมื่นบาท นายหนุ่มกลับแย่งโทรศัพท์มือถือไปจากมือทันที บังคับเอาโทรศัพท์ไปสแกนหน้าเพื่อจะโอนเงินออกให้หมด อ้างว่าเดือดร้อน ขอยืมไปหมุนงานก่อน ตนใจอ่อนบวกกับกลัวด้วย สุดท้ายยอมให้โอนไป 2 รอบ รวม 20,000 บาท หลังจากได้เงินก้อนแรกไป นายหนุ่มกลับไม่พาไปคำชะโนดตามที่ตกลง แต่เลี้ยวรถเข้ารีสอร์ตริมทาง อ้างว่าขับรถมาเหนื่อย ขอนอนพักผ่อน สุดท้ายตนต้องยอมเข้ารีสอร์ตด้วยความจำยอม ก่อนถูกบังคับขืนใจ

น.ส.แนน บอกอีกว่า หลังจากนั้น นายหนุ่มอ้างว่าเป็นผู้รับเหมาสร้างซุ้มประตูโขง ต้องใช้เงินไปเคลียร์งาน จ่ายค่าลูกน้อง โดยอ้างว่าจะไปเบิกเงิน 5 แสนบาท จากเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง แต่ต้องเอาเงินไปวางเป็นค่าน้ำใจล่วงหน้าก่อน จึงหลอกให้โอนเงินให้ครั้งละหลายหมื่นบาทอีกหลายครั้ง เพื่อเพิ่มความสมจริง นายหนุ่มได้พาเดินทางข้ามจังหวัดไป อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย โดยพาไปที่บ้านหลังหนึ่ง และแนะนำให้รู้จักกับหญิงชราซึ่งอ้างว่าเป็นแม่ ซึ่งก่อนกลับนายหนุ่มเอ่ยปากขอเงินจากตนทันที ด้วยความมีสัมมาคารวะ จึงควักเงินสดใส่มือให้อีก 1,000 บาท

น.ส.แนน บอกด้วยว่า เงินเก็บก้อนสุดท้ายทั้งหมด ทั้งเงินส่วนตัว เงินเก็บของแม่ที่เป็นเงินผู้สูงอายุ รวมถึงเงินที่ลูกสาวส่งมาให้จุนเจือครอบครัว ถูกสูบไปจนเกลี้ยงบัญชี จนต้องตัดใจหอบทองคำเส้นสุดท้ายไปจำนำอีก 30,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นเกือบ 3 แสนบาท หลังจากได้เงินไปนายหนุ่มเริ่มเปลี่ยนเป็นคนละคน ทักไปไม่ตอบ โทรศัพท์ไปไม่รับ เมื่อรู้ตัวว่าโดนหลอกแน่นอน จึงส่งข้อความไปคาดคั้นเพื่อทวงเงินคืน แต่กลับถูกด่าสวนกลับด้วยถ้อยคำหยาบคาย ว่า "มึงจะเอาอะไรกับกูนักหนาวะ มึงเป็นแม่กูหรือไง"

สำหรับนายหนุ่ม จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า เคยตกเป็นผู้ต้องหาในคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่แขวงราษฎร์พัฒนา เขตสะพานสูง กทม. โดยมีพฤติการณ์แอบอ้างบุคคลมีชื่อเสียงเพื่อสั่งซื้อวัสดุก่อสร้าง ก่อนหลบเลี่ยงการชำระเงิน ซึ่งต่อมาถูกตำรวจสอบสวนกลางติดตามจับกุมได้ นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลระบุว่า เคยมีสถานะเป็นข้าราชการทหาร อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า ปัจจุบันยังคงรับราชการทหารอยู่ หรือได้พ้นจากราชการแล้ว ทั้งนี้รายละเอียดเกี่ยวกับประวัติและสถานะการรับราชการของบุคคลดังกล่าว เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะต้องเป็นผู้ตรวจสอบและยืนยันข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการต่อไป

อย่างไรก็ตาม น.ส.แนน ได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังนายหนุ่ม เพื่อทวงถามถึงเงินที่นำไป โดยปลายสายยอมรับว่ายังไม่มีเงินคืนในขณะนี้ พร้อมระบุว่าอยู่ระหว่างพยายามหาเงิน และขอเวลาอีกระยะหนึ่ง ก่อนจะทยอยชดใช้คืนให้ทั้งหมด โดยกล่าวเพียงว่า “ขอทำธุระก่อน ตอนนี้กำลังหาเงินอยู่ หากหาเงินได้แล้วจะโทร.กลับ” ซึ่งยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนในการคืนเงินแต่อย่างใด