รัฐบาลเดินหน้าจ่ายเงินช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง งวดประจำเดือนมิถุนายน 2569 โดยกรมบัญชีกลางมีกำหนดโอนเงินเข้าบัญชีผู้มีสิทธิในวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ครอบคลุม 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และ ผู้ได้รับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ตามรายละเอียดช่วยเหลือดังนี้
1. เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุที่ลงทะเบียนรับสิทธิจะได้รับเบี้ยยังชีพตามช่วงอายุ ดังนี้
อายุ 60-69 ปี ได้รับ 600 บาทต่อเดือน
อายุ 70-79 ปี ได้รับ 700 บาทต่อเดือน
อายุ 80 ปีขึ้นไป ได้รับสูงสุด 1,000 บาทต่อเดือน

2. เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด
ครอบครัวที่มีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด จะได้รับเงินช่วยเหลือเด็กอายุแรกเกิดถึง 6 ปี คนละ 600 บาทต่อเดือน โดยไม่จำกัดจำนวนบุตร
ช่องทางตรวจสอบสิทธิ เงินอุดหนุนบุตร 600 บาท
- เว็บไซต์ กรมกิจการเด็กและเยาวชน
- แอปพลิเคชัน เงินเด็ก ดาวน์โหลดที่นี่ Google Play, App Store
3. เบี้ยความพิการ
ผู้ถือบัตรประจำตัวคนพิการจะได้รับเงินช่วยเหลือรายเดือน ดังนี้
-ผู้พิการอายุต่ำกว่า 18 ปี ได้รับ 1,000 บาทต่อเดือน
-ผู้พิการอายุ 18 ปีขึ้นไป ได้รับ 800 บาทต่อเดือน
-ผู้พิการอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้รับเพิ่มอีก 200 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน
ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิสามารถตรวจสอบการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารที่ผูกรับสิทธิไว้ โดยเงินช่วยเหลือประจำเดือนมิถุนายน 2569 จะทยอยโอนเข้าบัญชีในวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ตามรอบการจ่ายเงินของภาครัฐ

ได้รับสิทธิ "ไทยช่วยไทย พลัส" เพิ่มอีก 4,000 บาท
นอกจากเงินช่วยเหลือตามสิทธิปกติแล้ว ผู้ที่ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ผู้ได้รับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด และผู้พิการ ทั้ง 3 กลุ่ม ถือเป็นบุคคลทั่วไปที่สามารถเข้าร่วมโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ได้
หากลงทะเบียนและได้รับสิทธิสำเร็จ จะได้รับวงเงินสนับสนุนเพิ่มเติมจากภาครัฐ เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กันยายน 2569 รวมวงเงิน 4,000 บาทต่อคน
ขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับวงเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มจากเดิม 300 บาท เป็น 1,000 บาทต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้นอีก 700 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กันยายน 2569

ช่องทางลงทะเบียนและตรวจสอบสิทธิ
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุรายใหม่ที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ตามเกณฑ์ สามารถลงทะเบียนได้ที่สำนักงานเขต หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามภูมิลำเนา โดยผู้สูงอายุต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ คือมีสัญชาติไทย ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการ หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ได้จัดให้อย่างเป็นประจำ จะได้รับการช่วยเหลือเงินเบี้ยยังชีพเป็นรายเดือนตลอดชีวิต
สำหรับผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์การขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ สามารถติดต่อลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุปี 2570 ได้แล้ว ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 - วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 และ เดือนมกราคม 2569 - วันที่ 30 กันยายน 2569
1.เป็นผู้สูงอายุรายใหม่ และยังไม่เคยลงทะเบียน
2.สัญชาติไทย
3.เป็นผู้มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ในปีงบประมาณ 2569 (เกิดตั้งแต่ 2 กันยายน 2509 - 1 กันยายน 2510)
ทั้งนี้ ผู้สูงอายุ สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง หรือมอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้ยื่นคำขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแทนได้
เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด
โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด หรือ เงินอุดหนุนบุตร ซึ่งมุ่งสนับสนุนครอบครัวที่มีรายได้น้อยให้สามารถดูแลเด็กในช่วงวัยสำคัญได้อย่างเหมาะสม ตั้งแต่เด็กแรกเกิด จนมีอายุครบ 6 ปี คนละ 600 บาทต่อเดือน และไม่จำกัดจำนวนบุตร
โดยมีเงื่อนไขเป็นเด็กที่มีสัญชาติไทย อาศัยอยู่กับบิดา มารดา หรือผู้ปกครองที่ดูแลเด็ก ในครัวเรือนที่สมาชิกมีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี
ผู้ที่มีคุณสมบัติเข้าเงื่อนไข สามารถลงทะเบียนขอรับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ได้ตลอด ซึ่งสามารถยื่นคำร้องในพื้นที่ที่เด็กแรกเกิดและผู้ปกครองอาศัยอยู่จริง (ไม่จำเป็นต้องเป็นที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน) ดังนี้
- กรุงเทพมหานคร ลงทะเบียนได้ที่สำนักงานเขต
- เมืองพัทยา ลงทะเบียนได้ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา
- ส่วนภูมิภาค ลงทะเบียนได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาล
นอกจากนั้น ยังสามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เงินเด็ก” ได้ แต่ทั้งนี้ผู้ปกครองต้องพิสูจน์และยืนยันตัวตนผ่าน แอปพลิเคชัน ThaiD ของกรมการปกครองก่อน
โดยเมื่อตรวจสอบสิทธิผ่านแล้ว จะได้รับเงินมีผล ตั้งแต่เดือนที่ลงทะเบียนรับเงิน จนเด็กอายุครบ 6 ปี
เบี้ยความพิการ
ผู้พิการรายใหม่สามารถขึ้นทะเบียนได้ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ทุกจังหวัด หรือศูนย์บริการคนพิการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร