ส่งตัว “จ้าวเหงา” กระทิงหนีไฟป่าเมียนมาข้ามมาฝั่งไทย ผลตรวจ DNA ชี้ชัดแท้จริงคือ “กายาล” (กระทิงผสมวัวบ้าน) ไม่ใช่กระทิงป่าแท้ ทางด้านอุทยานฯ ดอยผ้าห่มปก จึงส่งกลับรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ให้เจ้าของสุดอบอุ่น
วันนี้ (4 มิ.ย. 69) จากกรณีเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 ในช่วงวิกฤตสถานการณ์ไฟป่าที่ลุกลามอย่างหนักตามแนวชายแดน ไทย-เมียนมา ได้มีสัตว์คล้าย “กระทิงป่า” วิ่งหนีไฟป่าพลัดหลงข้ามแดนมายังฝั่งไทย บริเวณพื้นที่ชุมชนบ้านห้วยศาลา หมู่ 15 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่
โดย นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ (สบอ.) ที่ 16 (เชียงใหม่) ได้เป็นผู้ตั้งชื่อให้กับกระทิงป่าตัวนี้ว่า “จ้าวเหงา” โดยเป็นการตั้งชื่อล้อตามชื่อเล่นของ นายวรรณชัย รักมิตร ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ เพื่อสะท้อนถึงท่าทางอันโดดเดี่ยวและน่าเอ็นดูของกระทิงหนุ่มที่ต้องพลัดพรากจากบ้านเกิดหนีไฟมาเพียงลำพัง
ระหว่างกระบวนการตรวจสอบ “จ้าวเหงา” ได้ถูกแยกมากักกันตัวเพื่อสังเกตอาการและโรคติดต่อในพื้นที่ปลอดภัยของอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติใกล้กับบริเวณที่พบน้องครั้งแรก โดยได้รับการดูแลอย่างดีจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ สบอ.16 จนร่างกายสมบูรณ์และคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่
ผลการตรวจ DNA จากห้องปฏิบัติการคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้ระบุผลตรวจอย่างเป็นทางการว่า “จ้าวเหงา” จัดอยู่ในกลุ่มวิทยาศาสตร์พันธุ์ B.frontalis หรือที่รู้จักกันในชื่อ กายาล (Gayal) หรือ มิทัน (Mithun) ซึ่งเป็นกระทิงผสมวัวบ้าน ไม่ใช่กระทิงป่าแท้
ปิดฉากภารกิจส่งผู้ลี้ภัยสี่ขาป่าดงดิบกลับคืนสู่มาตุภูมิอย่างอบอุ่น หลังจากผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab) ยืนยันชัดเจนว่า “จ้าวเหงา” สัตว์ป่าพลัดหลงจากฝั่งพม่า แท้จริงแล้วคือ “กายาล” (Gayal) หรือกระทิงลูกผสมวัวบ้าน ที่มีการเลี้ยงอย่างแพร่หลายในพม่า ไม่ใช่กระทิงป่าคุ้มครอง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและอุทยานฯ ไทย สามารถส่งมอบคืนแก่เจ้าของชาวรัฐฉานตามระเบียบระหว่างประเทศได้สำเร็จ หลังหนีไฟป่าเข้ามาพึ่งพิงฝั่งไทยนานร่วมสองเดือน
ทั้งนี้ ผลแล็ปนี่ถือเป็น "จุดเปลี่ยนสำคัญ" ในทางกฎหมายสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ เพราะหาก “จ้าวเหงา” เป็นกระทิงป่าแท้ จะถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมายไทยทันที และการส่งคืนข้ามประเทศจะมีขั้นตอนทางไซเตส (CITES) ที่ซับซ้อนมาก แต่เมื่อวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่าคือ "กายาล" หรือสัตว์เลี้ยงลูกผสมที่มีเจ้าของยืนยันด้วยเอกสารสิทธิ์ จึงทำให้กระบวนการส่งคืนดำเนินไปได้ภายใต้กรอบการประสานงานชายแดนตามปกติ
โดยเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 นายนิติฬ์ปกรน์ แสงสุวรรณ นายอำเภอแม่อาย ได้มอบหมายให้ นายสมภพ หน่อแก้ว ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วย นายอัศนัย นิลพุดซา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก, เจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพรานที่ 3207, และกำนันตำบลแม่อาย ร่วมกันทำพิธีส่งมอบ “จ้าวเหงา” โดยได้ส่งมอบต่อให้กับชุดประสานงานเพื่อความมั่นคงที่ 313 (ศูนย์ประสานงานเพื่อความมั่นคงที่ 31) เพื่อทำหน้าที่นำส่งคืนให้กับ นายหม่องแกเย ชาวอำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดเมืองสาต รัฐฉาน ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นเจ้าของที่แท้จริง และได้แสดงเอกสารหลักฐานความเป็นเจ้าของต่อฝ่ายไทยเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ การเดินทางกลับบ้านของ “จ้าวเหงา” ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงการทำงานด้านมนุษยธรรมและสวัสดิภาพสัตว์ป่าของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ไทย แต่ยังแสดงถึงมิตรภาพชายแดนและความร่วมมืออันเข้มแข็งระหว่าง ไทย-เมียนมา ในการร่วมกันจัดการทรัพยากรสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยงตามแนวตะเข็บชายแดนอย่างสันติวิธี เพื่อให้จ้าวเหงาได้ทำหน้าที่ขยายเผ่าพันธุ์กายาลในผืนป่ารัฐฉานอย่างปลอดภัยต่อไป