เช้านี้ที่หมอชิต - เรามาลองคำนวณเปรียบเทียบผลประโยชน์เป็นจำนวนเม็ดเงินต่อปี โดยคิดฐานมูลค่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เฉลี่ยประมาณ 300-500 บาทต่อเดือน ถ้ารวมวงเงินส่วนลดต่าง ๆ ซึ่งตอนนี้ก็มีโครงการไทยช่วยไทยพลัสฯ ที่เติมเงินให้อีก 700 บาท เป็นเวลา 4 เดือน ซึ่งถ้าตีเป็นตัวเลขกลม ๆ จะได้เงินรวมราว ๆ 4,000-6,000 บาทต่อปี
ถ้าลูกมีฐานภาษีไม่เกิน 150,000 บาทต่อปี และเอาชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษี ก็ไม่แนะนำให้ทำ เพราะไม่คุ้มค่า เมื่อเทียบกับเงินในบัตรสวัสดิการฯ ของพ่อแม่
ถ้าดูสูงขึ้นมาอีกหน่อยลูกมีฐานภาษีเกิน 100,000-300,000 บาทต่อปี ฐานการเสียภาษี 5% ถ้านำชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษี ก็ยังไม่คุ้มอยู่ดี
แล้วถ้าลูกมีฐานภาษีอยู่ที่ 300,000 ถึงไม่เกิน 500,000 บาท อัตราภาษี 10% ถ้านำชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษี เงินภาษีที่ลูกจะประหยัดได้คือ 3,000 บาทต่อปี ซึ่งอันนี้ก็ก้ำกึ่ง เพราะบัตรสวัสดิการฯ อาจสูงกว่าเล็กน้อย หรือพอ ๆ กัน
แต่จุดตัดวัดใจจริง ๆ อยู่ตรงนี้คือ ถ้าลูกมีฐานภาษีอยู่ที่ 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 750,000 บาท ถ้าใช้บัตรสวัสดิการฯ ของพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษี พบว่า สูสี เพราะประหยัดเงินได้ 4,500 บาท
ถ้าดูสูงขึ้นไปอีกนิด โดยลูกมีฐานภาษีเกินกว่า 750,000 บาท ไปถึงกว่า 1 ล้านบาท (อัตราภาษี 25-30%) ไม่ต้องคิดเลยว่า การนำชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษี คุ้มกว่าการให้พ่อแม่ถือบัตรสวัสดิการไว้ เพราะประหยัดเงินได้ 6,000-10,500 บาท แต่ทั้งหมดนี้ก็ต้องไปดูข้อเท็จจริงด้วยว่า ลูกได้เลี้ยงดูพ่อแม่จริง ๆ ไหมด้วย