ตรวจภาพวงจรปิดก่อน น้ององุ่น หายตัว จ.กาญจนบุรี

View icon 57
วันที่ 5 มิ.ย. 2569 | 07.05 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ตามต่อคดีการเสียชีวิตของ "น้ององุ่น" เด็กหญิงอายุ 7 ขวบ ยังคงเป็นปริศนา โดยพ่อเชื่อลูกสาวไม่ได้เสียชีวิตเอง แต่เชื่อถูกฆาตกรรม แล้วนำศพไปทิ้งอำพรางในสวนยางฯ เดี๋ยวไปดูภาพสุดท้ายของน้ององุ่น เดินไปรับขนมจากคนรู้จัก บริเวณหน้าร้านค้าในหมู่บ้าน

ตรวจภาพวงจรปิดก่อน "น้ององุ่น" หายตัว จ.กาญจนบุรี
เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าร้านค้าภายในชุมชน บันทึกภาพ น้ององุ่น ได้เป็นครั้งสุดท้าย ตอนช่วงเย็นวันที่ 29 พฤษภาคม เห็นภาพน้องเดินทางมารับนมที่ร้านค้า แล้วเดินกลับบ้านไป ก่อนจะพบว่าหายตัวไปช่วงสายของวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมา และพบร่างของน้องเสียชีวิตในสวนยาง ในวันที่ 1 มิถุนายน

ซึ่งพอตำรวจได้ไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องตัวเดียวกัน ในช่วงเวลาต่าง ๆ พบว่าก่อนหน้าที่น้องจะมารับนม กล้องบันทึกภาพผู้ชาย 1 คน ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของน้ององุ่น และที่ผ่านมามักจะมาซื้อขนมให้น้องกินประจำ ได้ขี่รถจักยานยนต์พ่วงข้างมาจอดที่ร้านค้า ซึ่งหลังจากที่ชายคนนี้ขี่รถออกจากร้านไปไม่นาน น้ององุ่นก็เดินทางมารับ นม ที่ร้านค้าดังกล่าว

ซึ่งตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจยึดรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของชาวบ้านชายคนหนึ่ง รถคันเดียวกับที่ปรากฏในกล้องฯ หน้าร้านค้า ซึ่งพบว่าวันที่น้องหายตัวไป รถคันนี้ขี่เข้าออกหมู่บ้านหลายครั้ง จึงยึดนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือ และ DNA แฝงเพิ่มเติม และยังตรวจพบเสื้อผ้า ถูกนำมาวางทิ้งไว้ในพื้นที่ใกล้บ้านน้ององุ่นอีกด้วย

ซึ่งพ่อของน้ององุ่น บอกกับทีมข่าว เชื่อว่าลูกไม่ได้เสียชีวิตเอง และลูกไม่ได้เดินไปสวนยางคนเดียว แต่มีใครบางคนพาไป และทำร้ายให้เสียชีวิต จากนั้นนำไปทิ้งอำพรางในสวนยาง ก่อนมีคนงานไปพบศพ

กองปราบลงพื้นที่สืบคดี "น้ององุ่น" จ.กาญจนบุรี
ขณะเดียวกันเมื่อวานนี้ ตำรวจกองปราบปราม ได้ลงพื้นที่ร่วม กองพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานวัตถุ และสอบปากคำพยานบุคคลเพิ่มเติม บริเวณบ้านทิโคร่ง ตำบลปรังเผย อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

โดยนำชายอีก 5 คน มาสอบปากคำ และตรวจเก็บตัวอย่าง DNA เพื่อนำไปตรวจเทียบเคียงกับผลทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อสาวหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี

จนถึงขณะนี้ตำรวจเก็บตัวอย่าง DNA ชาวบ้านผู้ชาย รวมถึงพระสงฆ์ และเด็กวัด, ช่างก่อสร้าง พนักงานฉายหนังกลางแปลง รวมแล้วกว่า 25 คน และสอบปากคำผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไปแล้วมากกว่า 30-40 ปาก

พลตำรวจโท พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เปิดเผยผลชันสูตรจากแพทย์เบื้องต้นว่า น้ององุ่น ระบบหายใจและระบบโลหิตล้มเหลว ไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย หรือบาดแผลจากภายนอก ไม่มีร่องรอยถูกล่วงละเมิด แต่ยังไม่ยืนยันสาเหตุการเสียชีวิต

เนื่องจากสภาพศพที่พบในที่เกิดเหตุ ถูกสัตว์กัดแทะ และกว่าจะพบศพ อวัยวะภายในเริ่มเน่าเสียบางส่วน จึงยังต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ และหาสิ่งแปลกปลอมอย่างละเอียด รวมทั้งผลตรวจดีเอ็นเอจากผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชอีกครั้ง ขณะนี้จึงยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง รวมทั้งประเด็นถูกทำร้าย หรือล่วงละเมิดด้วย

ส่วนการสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง พยาน สามารถตีวงให้แคบลงได้แล้ว รวมถึงการตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์มือถือในห้วงเวลาที่ น้ององุ่น หายตัวไป ทำให้มีข้อมูลแนวทางการสืบสวนเพิ่มขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง