ห้องข่าวภาคเที่ยง - กรณี น้ององุ่น เด็กหญิงอายุ 7 ขวบ ที่หายตัวไปก่อนพบว่าเสียชีวิตปริศนา ในสวนยางฯ วันนี้ครบ 7 วัน หลังจากพบศพ ตำรวจพบวงจรปิดร้านค้าแห่งหนึ่ง เป็นเบาะแสสำคัญก่อนขยายผล
วงจรปิดร้านค้าแห่งหนึ่งในหมู่บ้านทิโคร่ง ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี บันทึกภาพสุดท้ายของน้ององุ่น เด็กหญิงอายุ 7 ขวบ ขี่รถจักรยานยนต์มากับน้าแท้ ๆ มาที่ร้านค้า เพื่อรับนม พอน้องรับนมเสร็จ ก็เดินไปที่รถจักรยานยนต์ และขี่พาน้องออกจากร้าน เวลา 17.36 น.
คดีนี้ตำรวจจับผู้ต้องสงสัย 1 คน คือ นายมรชาญ ชาวเมียนมา เนื่องจากเจ้าตัวเพิ่งเข้ามาอาศัยในหมู่บ้านก่อนเกิดเหตุ 1 เดือน และคำให้การของเพื่อน และแม่ ให้การไม่สอดคล้อง โดยเพื่อนบอกว่า นายมรชาญ อยู่บ้านตลอด แต่แม่บอกว่าไม่ได้อยู่บ้าน
ชาวบ้านหมู่บ้านทิโคร่ง ยังสงสัย นายสม เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างสีฟ้า ที่มีพฤติกรรมขี่รถเข้า-ออก ในหมู่บ้านบ่อยครั้ง และมีความสนิทสนมกับน้ององุ่น โดยชอบให้ขนมน้องไปรับประทาน
ส่วนเหตุผลที่ชาวบ้านสงสัยเพราะในป่าสวนยาง พบถุงขนมตกอยู่ที่เกิดเหตุ จึงทำให้ชาวบ้านเคลือบแคลงสงสัย
แต่จากภาพวงจรปิดร้านค้าพบว่าวันที่ 29 พฤษภาคม ที่ น้ององุ่นมารับนม นายสมเดินทางมาถึงร้านค้า ก่อน 10 นาที แล้วขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างออกไป
ล่าสุดเช้านี้ พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เดินทางประร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าที่ สภ.สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
เบื้องต้นที่ประชุมอยู่ระหว่างหาข้อสรุป กรณีการพบสัญญาณโทรศัพท์ของน้ององุ่น ระหว่างที่น้องหายตัวไป ทั้ง ๆ ที่โทรศัพท์ของน้องไม่มีอินเตอร์เนต
รวมถึงข้อสรุปประเด็นเรื่องผลการชันสูตรของแพทย์นิติเวช ที่ระบุว่า บาดแผล และรอยช้ำที่ปรากฎบนร่างกายของน้ององุ่น ไม่ใช่สาเหตุการเสียชีวิต จึงมีการคาดการณ์กันว่าน้องอาจขาดอากาศหายใจ
ทั้งนี้ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะลงพื้นที่บริเวณจุดพบศพน้ององุ่น ก่อนเปิดเผยรายละเอียดทางคดีเพิ่มเติมในช่วงบ่ายวันนี้