ถึงเวลาพ่อ-แม่เลือก จะให้รัฐฯ หรือลูก ดูแล

View icon 9
วันที่ 5 มิ.ย. 2569 | 11.20 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - กลายเป็นประเด็นถกเถียงกัน เกี่ยวกับเกณฑ์ทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โดยตัดสิทธิผู้สูงอายุ ที่ถูกบุตร นำชื่อไปใช้หักลดหย่อนภาษีอุปการะเลี้ยงดูบุพการี ตรงนี้มองกันต่างมุม ซึ่งกระทรวงการคลัง บอกพ่อแม่ หากถูกตัดสิทธิ์สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ว่า จะให้รัฐ หรือ ลูก ดูแล

ถึงเวลาพ่อ-แม่เลือก จะให้รัฐฯ หรือลูก ดูแล
มาดูวัตถุประสงค์ ของการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีประจำปี จากการอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา หรือ บุพการี ซึ่งมีอยู่ 8-9 ข้อ แต่เราจะยกหัวข้อสำคัญ ๆ มา คือ สามารถนำชื่อพ่อไปไปหักลดหย่อนภาษีประจำปีได้คนละ 30,000 บาท โดยบิดามารดา ต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้

แค่เฉพาะข้อนี้ หากใครไม่ได้ดูแล แต่เอาชื่อพ่อแม่ไปยื่นขอลดหย่อนภาษี ตัวลูกก็ผิดเงื่อนไขภาครัฐตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว เนื่องจากการหักลดหย่อน การอุปการะเลี้ยงดูบุพการี เขามีเป้าหมายสำคัญให้ลูก พึงระลึกถึงบุญคุณพ่อแม่ หรือเรียกกันว่า ภาษีกตัญญูนั่นเอง       

ซึ่งประเด็นนี้กลายเป็นที่ถกเถียงกันสนั่น หลักระทรวงการคลัง กำหนดเกณฑ์ทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โดยตัดสิทธิผู้สูงอายุที่ถูกบุตรนำชื่อไปใช้หักลดหย่อนภาษีอุปการะเลี้ยงดูบุพการี ซึ่งกลัวกันว่า อาจกระทบผู้มีรายได้น้อย ที่ยังมีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ

ด้านนางสาว ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน แสดงความคิดเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของหลักเกณฑ์ดังกล่าวสรุปว่า หากบุตรใช้สิทธิลดหย่อนดังกล่าว พ่อแม่กลับถูกตัดสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทันที ทั้งที่เกณฑ์รายได้ของผู้มีสิทธิรับบัตร หรือรายได้พ่อแม่กำหนดไว้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี แบบนี้รายได้รวมกับเงินที่บุตรช่วยเหลือก็ยังไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด จึงตั้งคำถามว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวอาจเป็นการลงโทษผู้ที่ดูแลบุพการี ด้วยเหมือนกัน

ส่วนนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวว่า การทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบนี้ มีเป้าหมายเพื่อส่งความช่วยเหลือไปยังผู้ที่ขาดผู้ดูแลอย่างแท้จริง กรณี บุตรใช้สิทธิลดหย่อนภาษีดังกล่าว รัฐจะพิจารณาว่า มีการดูแลช่วยเหลือพ่อแม่อยู่แล้วในระดับประมาณ 2,500 บาทต่อเดือน ซึ่งสูงกว่าวงเงินช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ได้รับประมาณ 300 บาทต่อเดือนหลายเท่า และถือว่าอยู่ในสถานะที่ดีกว่ากลุ่มผู้สูงอายุที่ยากจนและไม่มีใครดูแล ย้ำว่า "รัฐบาลต้องจัดลำดับความสำคัญของการใช้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยให้ความช่วยเหลือกับผู้สูงอายุที่ไม่มีผู้ดูแลและมีความเปราะบางมากที่สุดก่อน"

ส่วนนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ โฆษกกระทรวงการคลัง ชี้กรณีลูกนำชื่อพ่อแม่ไปยื่นขอลดหย่อนภาษี แล้วพ่อแม่ถูกตัดสิทธิ ตามหลักเกณฑ์ภาษี สะท้อนว่าพ่อแม่ได้รับการดูแลแล้ว แต่หากลูกไม่ได้อุปการะจริง หรือพ่อแม่ไม่รู้ว่าถูกนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษี พ่อแม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ ซึ่งต้องเลือกว่า "จะให้รัฐดูแล" ผ่านบัตรสวัสดิการ หรือ "ให้ลูกดูแล" ผ่านการลดหย่อนภาษี โดยอุทธรณ์ได้ผ่าน 5 ช่องทางที่รับลงทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 17-31 กรกฎาคม นี้

เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกยืนยันตัวตน แต่เช้า จ.ศรีสะเกษ
ส่วนวันนี้เข้าสู่วันที่ 2 ของการยืนยันตัวตน กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม ก็ยังคงทยอยเดินทางเข้ายืนยันตัวตน บางคน ยืนยันตัวตนไปแล้วเมื่อครั้ง รัฐเปิดลงทะเบียนไทยช่วยไทย พลัส เมื่อช่วงปลายเดือนที่แล้ว รอบนี้มาซ้ำอีก เพราะไม่เข้าใจ อย่างที่จังหวัดศรีสะเกษ ผู้สูงวัยนั่งรอยืนยันตัวตน จับกลุ่มพูดคุยกัน ตำหมากกินกันกับเพื่อน คร่าเวลา ผู้จัดการธนาคารฯ ได้จัดพนักงานมารอให้บริการ และช่วยกดลงทะเบียน ยืนยันตัวตน ที่หน้าตู้ ATM และยืนยันตัวตนผ่านโทรศัพท์มือถือ กันตั้งแต่เช้า

ขอบคุณภาพจาก : Facebook Sirikanya Tansakun - ศิริกัญญา ตันสกุล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง