ชัชชาติ แจงปม ระบอบอากง ยันไม่มีซื้อขายเก้าอี้ ผอ.เขต ด้าน ทวิดา แจงเกณฑ์ ไม่ใช่แค่คัดอาวุโส

ชัชชาติ แจงปม ระบอบอากง ยันไม่มีซื้อขายเก้าอี้ ผอ.เขต ด้าน ทวิดา แจงเกณฑ์ ไม่ใช่แค่คัดอาวุโส

View icon 21
วันที่ 6 มิ.ย. 2569 | 17.09 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“ชัชชาติ” แจงปม “ระบอบอากง” ยันไม่มีซื้อขายเก้าอี้ ผอ.เขต แต่งตั้ง-โยกย้ายทำตามระบบ ด้าน “ทวิดา” ร่ายเกณฑ์คัดสรร ไม่ใช่แค่คัดอาวุโส

วันนี้ (6 มิ.ย.69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงกรณีนายคริส โปตระนันทน์ สส.พรรคเศรษฐกิจ ระบุถึง ระบอบอากงเชื่อมโยงไปถึงการซื้อขายตำแหน่งข้าราชการ กทม. โดยยืนยันว่า ไม่มีระบอบดังกล่าว และการตัดสินใจต่างๆ เป็นเรื่องของทีมและระบบราชการ ไม่ใช่อำนาจของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หากคำว่า “อากง” หมายถึงอาจารย์ต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. นั้นต้องบอกว่าท่านก็เป็นเพียงหนึ่งในทีมที่ปรึกษาและผู้ที่มาช่วยงาน ไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจแทนผู้ว่าฯ หรือระบบราชการ

นายชัชชาติ ยังกล่าวติดตลกถึงข้อกล่าวหาที่ระบุว่าการประชุมต้องยึดโทรศัพท์มือถือว่า ไม่เป็นความจริง เพราะอาจารย์ต่อศักดิ์เป็นคนใช้เทคโนโลยีและ AI ในการทำงาน ไม่มีเหตุผลที่จะยึดโทรศัพท์ในที่ประชุม ตนเคยประชุมด้วยหลายครั้งและไม่เคยพบเหตุการณ์เช่นนั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า “อากง” ไม่ได้หมายถึงนายต่อศักดิ์ แต่หมายถึงระบบของคนใกล้ชิดชื่อย่อ ป.ร. และมีการกล่าวอ้างถึงเซฟเฮาส์ย่านสุทธิสาร เพื่อเรียกรับเงินซื้อขายตำแหน่ง โดยมี ผอ.เขต 16 คนเกี่ยวข้อง นายชัชชาติ กล่าวว่า ตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และหากมีการเรียกรับเงินจริง ย่อมต้องมีคนรู้หรือมีข้อมูลออกมา เพราะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้โดยไม่มีใครรับรู้ ทั้งนี้ ตนได้สอบถามนายจักกพันธุ์ ผิวงาม อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งอยู่ในระบบราชการ กทม. มานานและมีเครือข่ายข้าราชการจำนวนมาก ได้รับการยืนยันว่าไม่มีเรื่องดังกล่าว

นายชัชชาติ ย้ำว่า หากมีการซื้อขายตำแหน่งจริง คนที่จ่ายเงินเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งก็อาจต้องหาผลประโยชน์กลับคืน ทำให้ระบบเสียหายและไม่สามารถสร้างผลงานให้ประชาชนได้ ผลงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมาเกิดขึ้นได้เพราะมีคนทำงานที่มีคุณภาพและตั้งใจเข้ามารับผิดชอบงาน สำหรับกรณีการกล่าวอ้างถึง ผอ.เขต 16 คน ยังไม่มีรายละเอียดว่าหมายถึงใคร หรือเป็นการกล่าวถึงการแต่งตั้งในช่วงเวลาใด แต่ยืนยันว่าการแต่งตั้งโยกย้ายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ความสามารถ ศักยภาพ และระบบคัดเลือก ไม่ใช่การซื้อขายตำแหน่ง

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า บางคนมีอาวุโสแต่ไม่ได้ขึ้นเป็น ผอ.เขต ขณะที่บางคนดูเหมือนข้ามลำดับขึ้นมา นายชัชชาติกล่าวว่า ความอาวุโสเป็นเพียงหนึ่งในหลักเกณฑ์ ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะยังต้องพิจารณาความสามารถ ผลงาน และองค์ประกอบอื่นๆ ประกอบกัน

“ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวถึงเช่นกัน เพราะอาจมีคนที่ไม่พอใจจากกระบวนการแต่งตั้งโยกย้าย แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีประเด็นเรื่องผลประโยชน์ใดๆ” นายชัชชาติ กล่าวเสริม

ด้าน รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้าย ผอ. เขตเพิ่มเติมว่า หลักเกณฑ์การคัดสรรคิดจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน แบ่งเป็นผลงาน 30 คะแนน อีก 50 คะแนนมีประสบการณ์เป็นส่วนหนึ่ง ส่วนอีก 20 คะแนนเป็นเรื่องการปฏิบัติตนตามระเบียบราชการ และอีก 10 คะแนนเป็นเรื่องจริยธรรม เช่น ต้องไม่ถูกฟ้องร้องหรือมีคดีความ ดังนั้น ประสบการณ์หรืออาวุโสเป็นเพียงหนึ่งในองค์ประกอบ ไม่ใช่เกณฑ์ทั้งหมด

เมื่อถามว่า เรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้ ทำเป็นไม่รับรู้ไม่รับทราบหรือไม่ นายชัชชาติ ย้ำว่า ตนไม่ได้พยายามไม่รับรู้ หรือหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ เพราะในฐานะหัวหน้าทีมและอดีตผู้ว่าฯ กทม. ตนเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุด หากมีปัญหาเกิดขึ้นก็ต้องตรวจสอบตามข้อเท็จจริง “ผมเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดอยู่แล้ว ไม่มีทางหนีเรื่องนี้ได้ เวลาเขาด่าก็ต้องด่าผม เพราะผลมันอยู่กับผมโดยตรง”

เมื่อถามว่า จะฟ้องกลับผู้กล่าวหาหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า ต้องดูข้อมูลและรายละเอียดก่อน หากเป็นการตรวจสอบตามปกติของบุคคลสาธารณะก็พร้อมรับได้ แต่หากมีการหมิ่นประมาทหรือกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริงอย่างชัดเจน ก็ให้ทีมกฎหมายพิจารณาตามขั้นตอน ตนไม่ได้กลัวเรื่องคนมาพูดอะไร เพราะเป็นบุคคลสาธารณะ ให้คนตรวจสอบก็สบายอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา

ส่วนประเด็นที่มี ผอ.เขตบางคนยื่นฟ้องศาลปกครอง นายชัชชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตนโดยตรง เพราะเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบจากกระบวนการดังกล่าว

ด้าน รศ.ดร.ทวิดา กล่าวว่า ตนเองได้รับความเสียหายจากกระบวนการที่ให้ถอยกลับแล้วนำกลับเข้ามาใหม่ ซึ่งศาลปกครองได้ประทับรับฟ้องไว้แล้ว และจะเข้าสู่กระบวนการต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง