ข่าวภาคค่ำ - ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน หนึ่งในหมุดหมายสำคัญของรัฐบาล คือ การพาประเทศไทย เข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD ซึ่งถูกบรรจุอยู่ในคำแถลงนโยบาย เพื่อเปลี่ยนจากประเทศที่มีรายได้ปานกลาง สู่ประเทศที่มีรายได้สูง ติดตามรายละเอียดได้จากรายงานพิเศษ
นี่เป็นคำมั่นสัญญาของนายกรัฐมนตรี ที่ได้ประกาศไว้ในวันแถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ซึ่งเป็นวงประชุมที่ทำหน้าที่เป็น "คลังสมอง" คอยให้คำแนะนำ และเป็นที่ปรึกษาเชิงนโยบาย ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และมาตรฐานการบริหารงานในภาครัฐ เพื่อให้ชาติสมาชิกนำไปใช้
ปัจจุบันมีชาติสมาชิกกว่า 38 ประเทศ อยู่ทั่วทุกมุมโลก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว และเป็นประเทศที่มีรายได้สูง จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "คลับของคนรวย"
ความท้าทายของประเทศไทย ในการเข้าเป็นสมาชิกคือ ต้องมีการปรับหลักเกณฑ์ และกฎหมายต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน OECD ทั้ง การปราบทุจริตคอร์รัปชัน การแก้ไขกฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปาก รวมไปถึงการแก้ไขปัญหาสภาพแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันไทยอยู่ระหว่างการเดินหน้ากระบวนการการขอเข้าเป็นสมาชิก หลังรัฐบาลได้ยื่นหนังสือแสดงเจตจำนง ตั้งแต่ปี 2567
ซึ่งในปีนี้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรี เพื่อแสดงความจริงใจในการขอเข้าร่วมเป็นสมาชิก หลังไทยได้มีการปรับปรุง และปฏิรูปกฎหมายหลายฉบับ ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน OECD เพื่อยกระดับประเทศไทย เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ผ่านคำแนะนำด้านเศรษฐกิจ ดึงนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย
หากประเทศไทย จะเข้าเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการได้ จะต้องผ่านกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ใน 10 ขั้นตอน โดยปัจจุบันไทยอยู่ในขั้นตอนที่ 6 คือ การประเมินทางเทคนิค (Technical Review) จากคณะกรรมการ 25 คณะ
ซึ่งไทยต้องจัดทำข้อมูล ตอบแบบสอบถาม และประเมินความสอดคล้องของกฎหมาย นโยบาย และแนวปฏิบัติ ในหลายสาขาให้สอดคล้องกับมาตรฐาน โดยไทยตั้งเป้าหมายไว้ว่า ภายในปี 2571 จะต้องเข้าเป็นสมาชิกให้ได้