สหรัฐฯ ได้ยิงสกัดโดรนโจมตี 4 ลำ และโจมตีจุดเรดาร์เฝ้าระวังชายฝั่งของอิหร่าน ด้านอิหร่านโจมตีฐานทัพและสถานที่ตั้งของสหรัฐฯ ตอบโต้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง
วันนี้ (7 มิ.ย. 69) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ยิงสกัดโดรนโจมตีของอิหร่านจำนวน 4 ลำ ที่ถูกส่งมุ่งหน้าไปยัง “ช่องแคบฮอร์มุซ” ก่อนที่สหรัฐฯ จะโจมตีจุดเรดาร์เฝ้าระวังชายฝั่งของอิหร่านในเวลาต่อมา โดยสหรัฐฯ ให้เหตุผลว่า โดรนของอิหร่านอาจเป็นภัยคุกคามต่อการเดินเรือในพื้นที่ เพราะบริเวณนี้มีเรือพาณิชย์และเรือขนส่งพลังงานสัญจรจำนวนมาก หากสถานการณ์ยกระดับอาจกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันและกระทบราคาพลังงานโลกได้
ด้านอิหร่าน ตอบโต้ว่า การที่สหรัฐฯ โจมตีจุดเรดาร์เฝ้าระวังชายฝั่งของอิหร่าน เป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบาง พร้อมระบุว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้โจมตีฐานทัพและสถานที่ตั้งของสหรัฐฯ ในภูมิภาค เพื่อตอบโต้สิ่งที่อิหร่านมองว่าเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์
นอกจากนี้ ความตึงเครียดครั้งนี้ยังลามไปถึงประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียด้วย โดยทางคูเวต เผยว่า ตรวจพบและป้องกันกับขีปนาวุธ 7 ลูก ในน่านฟ้าของคูเวต ส่วนบาห์เรนระบุว่า สามารถสกัดขีปนาวุธ 3 ลูก และโดรนอีกหลายลำของอิหร่านได้สำเร็จ
โดยคูเวตและบาห์เรนยืนยันว่า ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ แต่ทั้งสองประเทศได้ประณามการโจมตีครั้งนี้อย่างรุนแรง เช่นเดียวกับหลายชาติ ทั้งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์ และซาอุดีอาระเบีย ที่มองว่าเหตุการณ์นี้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของอ่าวเปอร์เซีย
ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ มีแผนอนุญาตให้นำสินทรัพย์ของอิหร่านมาใช้สนับสนุนการซ่อมแซมความเสียหายในรัฐอ่าวอาหรับ หากถูกอิหร่านโจมตีในอนาคต ซึ่งมาตรการนี้อาจยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน
ทั้งนี้ การปะทะรอบล่าสุดยังทำให้ความพยายามเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ยิ่งเปราะบางมากขึ้น โดยขณะนี้ผู้ไกล่เกลี่ยจากปากีสถานเดินทางไปยังอิหร่าน เพื่อพยายามหาทางออกให้กับการเจรจา