เจาะประเด็นข่าว 7HD - ชายหนุ่มตั้งใจไปหางานสุจริตทำที่ จังหวัดสระแก้ว เสียรู้แก๊งคอลเซนเตอร์หลอกข้ามแดนไปฝั่งปอยเปต กลับมามีคดีติดตัวอย่างน้อย 3 คดี เล่าให้ฟังวินาทีที่ถูกพาข้ามแดน ก็รู้ตัวทันทีว่ากลับมาไทย คงหนีไม่พ้นมีคดีติดตัวแน่ ๆ
ชายคนนี้ชื่อว่า นายพิทยา เป็นพนักงานขับรถบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ถูกตำรวจปฏิบัติการพิเศษ หรือ ตำรวจคอมมานโด สะกดรอยไปจับกุมตัวได้ถึงที่ทำงาน ในซอยพระเทพรัตนโมลี ๖ เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ หลังศาลฯ ออกหมายจับ เพราะเป็นบัญชีม้าพัวพันแก๊งสแกมเมอร์ อย่างน้อย 3 คดี มีตั้งแต่หลอกแม่ค้าออนไลน์ลงทุน อ้างเป็นกระทรวงยุติธรรมช่วยเหลือคดี และหลอกชวนทำกิจกรรมรับค่าตอบแทนพิเศษ
เจ้าตัวเล่าให้ฟัง ยืนยันว่า ไม่ได้จะไปเป็นแก๊งคอลเซนเตอร์ แต่ตั้งใจจะไปทำงานขับรถในจังหวัดสระแก้ว มีคนที่ถูกหลอกเป็นสิบคน ทันทีที่เริ่มรู้ตัวว่าต้องข้ามไปฝั่งกัมพูชา ก็คิดอยู่แล้วว่ากลับมาต้องถูกดำเนินคดีในไทยแน่ ๆ
ส่วนอีกคดี ตำรวจกองปราบฯ ไปจับกุม นายอนุรักษ์ อายุ 27 ปี และนางสาวรุ่งทิวา อายุ 24 ปี หลังสืบสวนพบเป็นบัญชีม้า
นางสาวรุ่งทิวา ก็รับสารภาพแบบหมดเปลือก ว่าจริง ๆ แล้ว สมัครใจไปเป็นคนกดถอนเงินในฝั่ง สปป.ลาว ถูกสั่งให้ไปกดถอนเงินจากบัญชีของทั้งสองคน รวม 2 ล้านบาท แต่หลังทั้ง 2 กดถอนเงินเสร็จ ปรากฎว่า นางสาวรุ่งทิวา เชิดเงินหนีไปกบดานใน จังหวัดนครพนม และจังหวัดระยอง แต่ นายอนุรักษ์ ที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ ถูกแก๊งสแกมเมอร์ จับกุมตัวได้ จึงใช้เป็นตัวประกันต่อรองให้ นางสาวรุ่งทิวา เอาเงินไปคืน จนสุดท้ายแก๊งสแกมเมอร์ยอมปล่อยตัว นายอนุรักษ์ กลับมา กระทั่งมาถูกตำรวจจับกุมตัวได้
ขณะที่ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ หรือ ACSC ส่งข้อมูลการฟอกเงินให้ตำรวจสอบสวนกลาง ไปจับกุม นายสุเมธ อายุ 38 ปี และ นายเศรษฐวิชญ์ อายุ 34 ปี ใน จังหวัดนนทบุรี และ สมุทรสาคร ซึ่งเป็นการสืบสวนขยายผลจากคดีที่แก๊งคอลเซนเตอร์ โทร.ข่มขู่อ้างตัวเป็นตำรวจ หลอกให้เหยื่อโอนเงิน แล้วศูนย์ ACSC ไล่เส้นทางการเงินต่อไปพบว่า มีผู้ต้องหา 2 คนนี้ คอยนำเงินผู้เสียหาย ไปซื้อสุรา และบุหรี่ตามห้างฯ เอาไปขายต่อตามร้านทั่วไปในราคาถูก แล้วเอาเงินส่งมอบให้กับ "บอสชาวจีน" แลกกับค่าดำเนินการ 5% จึงจับกุมเพื่อเป็นการตัดวงจรทางการเงินของขบวนการเหล่านี้