วันนี้ (7 มิ.ย. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกันจับกุม ผู้ถูกจับที่ 1 นาย สมชาย อายุ 31 ปี
โดยกล่าวหาว่ากรำความผิดฐาน รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม,2.ประกอบการขนส่งโดยไม่ได้รับอนุญาต
ผู้ถูกจับที่ 2 – 8 เป็นบุคคลต่างด้าง สัญชาติเมียนมา โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน“เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมด้วยของกลางมี
1. รถตู้นั่งสี่ตอน สีขาว จำนวน 1 คัน (ผู้ถูกจับที่ 1 แสดงตนเป็นผู้ขับขี่)
2. โทรศัพท์มือถือ สีดำ จำนวน 1 เครื่อง (ของผู้ถูกจับที่ 1)
3. กุญแจรถยนต์ จำนวน 1 ดอก
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณ กม.44-45 ถนนสายเอเชียขาเข้า ต.บ้านใหม่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา
พฤติการณ์แห่งคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีขนแรงงานเถื่อน โดยใช้ถนนสายเอเชีย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเฝ้าระวังตามเส้นทาง จนกระทั่งพบรถตู้ สีขาว ขับผ่านมาด้วยความเร็วมีการเปลี่ยนช่องทางกระทันหันและติดฟิล์มมืดทึบมีเหตุอันควรต้องสงสัย
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งสัญญาณไฟกระพริบสีแดงและใช้สัญญาณเสียงรวมถึงการพูดออกคำสั่งผ่านไมโครโฟนเรียกคันดังกล่าวให้หยุด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ขอทำการตรวจสอบพร้อมกับได้แสดงความบริสุทธิ์ใจจนเป็นที่พอใจแล้ว
เบื้องต้นสอบถามชื่อ นาย สมชาย ผู้ถูกจับที่ 1 แสดงตนเป็นผู้ขับขี่ จากนั้นเจ้าหน้าที่พบเห็นบุคคลโดยสารภายในรถยนต์คันดังกล่าวพบว่าเป็นว่าเป็นแรงงานเถื่อนจำนวน 7 คน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง หรือเอกสารอื่นใดที่ใช้แทนหนังสือเดินทาง เบื้องต้นเป็นคนแรงงานเถื่อนสัญชาติเมียนมาไม่มีหนังสือเดินทาง หรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใด มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม
จากการสอบถามผู้โดยสารผ่านล่ามแปลเมียนมาแจ้งว่าตนนั้นได้นั่งโดยสารรถตู้ สีขาวคันดังกล่าว มาจาก จ.นครสวรรค์ เพื่อไป กทม.
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ให้ผู้ต้องหาทั้งหมดทราบ และควบคุมตัวพร้อมของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.มหาราช ภ. จ.พระนครศรีอยุธยา ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ถูกจับที่ 1 ให้การยอมรับว่า วันที่ (6 มิ.ย. 69) ตนได้รับการประสานงานจากชายไทยชื่อทัวร์ ให้ไปรับคนแรงงานเถื่อนหลบหนีเข้าเมือง จำนวน 7 คน ในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ เพื่อไปส่งปลายทาง ในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล
ลักษณะเหมือนรถโดยสารไม่ประจำทาง โดยได้ค่าจ้างจำนวน 1,500 บาทต่อคน และตนทราบดีอยู่แล้วว่าแรงงานต่างด้าวไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางใดๆ และยินยอมที่จะมีส่วนร่วมในการนำพามาส่งที่ปลายทางและทราบดีกว่ารถยนต์ตู้ของตนยังไม่มีการจดประกอบการขนส่งกับกรมการขนส่งทางบกแต่อย่างใด จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเรียกตรวจสอบ และผู้ถูกจับทั้งหมด ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา