ศุภมาส ลุยตรวจคลินิกเสริมความงาม หาดใหญ่ หลังถูกร้องเรียนอันดับ 1 ส่วนใหญ่ขอเงินคืน ลั่น! ฟันทันที หากพบเอาเปรียบผู้บริโภค
วันนี้ (8 มิ.ย.69) น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ลงพื้นที่ตรวจคลินิกเสริมความงาม ที่ห้างสรรพสินค้าในเมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ร่วมกับ นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรี น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรี และนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เทศบาลนครหาดใหญ่ และสภาองค์กรของผู้บริโภค หน่วยประจำจังหวัดสงขลา ในฐานะตัวแทนภาคประชาชน
น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า จากข้อมูลเรื่องร้องทุกข์ของ สคบ. พบว่า ในปีงบประมาณ 2569 การร้องทุกข์ในพื้นที่จังหวัดสงขลา อันดับ 1 คือ เรื่องคลินิกเสริมความงาม โดยส่วนใหญ่เป็นการขอเงินคืน เพราะยังไม่ได้ใช้บริการจากกรณีที่คลินิกปิดกิจการหรือไม่สามารถให้บริการได้ รองลงมาคือซื้อแล้วเปลี่ยนใจไม่มาใช้บริการ และการบาดเจ็บหรือผลข้างเคียงจากการเสริมความงาม ซึ่งพอทราบว่าเจ้าหน้าที่กำลังลงตรวจในพื้นที่ที่มีปัญหามากที่สุด ตนจึงมาดูด้วยตนเอง อยากเห็นกับตาว่าผู้ประกอบการปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และผู้บริโภคได้รับบริการที่ปลอดภัยจริง
อำนาจหน้าที่ของ สคบ. คือการควบคุมสัญญา ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ที่กำหนดให้ธุรกิจเสริมความงามเป็นธุรกิจควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 คลินิกทุกแห่งต้องจัดทำสัญญาและส่งมอบให้ผู้รับบริการ หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากผู้บริโภคเสียหายจริง สคบ. ฟ้องคดีแทนได้ โดยวันนี้เจ้าหน้าที่ได้เก็บสัญญากลับไปตรวจสอบ หากพบข้อสัญญาที่ไม่เป็นไปตามประกาศ สคบ. จะดำเนินคดีทันที
น.ส.ศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า สัญญามาตรฐานระบุสิทธิของผู้บริโภคไว้ชัดเจน ทั้งสิทธิบอกเลิกสัญญาภายใน 7 วันและได้รับเงินคืนเต็มจำนวนหากยังไม่ใช้บริการ สิทธิขอเงินคืนตามสัดส่วนเมื่อคลินิกปิดกิจการ ปิดปรับปรุง ย้ายสถานที่ หรือมีใบรับรองแพทย์ว่าการใช้บริการต่อไปอาจเสี่ยงอันตราย รวมถึงกำหนดคืนเงินภายใน 15 วันสำหรับเงินสด เงินโอน และเช็ค หรือภายใน 45 วันสำหรับบัตรเครดิต พร้อมระบุว่า การกำกับดูแลคลินิกเสริมความงามยังเกี่ยวข้องกับกฎหมายของหน่วยงานอื่นอีกหลายฉบับ สคบ. จึงทำงานร่วมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และแพทยสภา เพื่อตรวจสอบทั้งใบอนุญาต มาตรฐานการให้บริการ และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์อย่างต่อเนื่อง
ย้ำว่าทุกคลินิกเสริมความงามต้องทำสัญญาให้ถูกต้องและส่งมอบให้ผู้รับบริการ ส่วนประชาชนก่อนเข้ารับบริการ ขอให้ตรวจสอบใบอนุญาตของสถานประกอบการ ดูเครื่องหมาย อย. ของผลิตภัณฑ์ และเก็บสัญญาไว้ทุกฉบับ อย่าหลงเชื่อโฆษณาราคาถูกผิดปกติ หรือคำโฆษณาออนไลน์ที่ไม่มีเอกสารรับรอง เพราะอาจเสียทั้งเงินและเสี่ยงต่อชีวิต หากผู้ประกอบการรายใดเอาเปรียบผู้บริโภค สคบ. จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
ผู้บริโภคที่ประสบปัญหาจากการเข้ารับบริการคลินิกเสริมความงาม สามารถร้องทุกข์ได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด