เช้านี้ที่หมอชิต - ระทึก ต้นมะกอกขนาดใหญ่ ล้มทับร้านส้มตำแห่งหนึ่ง ในพื้นที่จังหวัดระยอง เคราะห์ดีไม่มีผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต เจ้าของร้านชี้ ระบบเตือน แต่ไม่เอ๊ะใจ ประกอบกับพาภรรยาไปฝากครรภ์ เชื่อลูกในท้องช่วยชีวิต
ผวา ต้นมะกอกป่า ล้มทับร้านเสียหายแทบทั้งหมด
ทีมข่าวเช้านี้ที่หมอชิต รายงานว่า ช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. ของเมื่อวานที่ 8 มิถุนายน 2569 ลมกระโชกแรงส่งผลให้ ต้นมะกอกป่าขนาดใหญ่ อายุกว่าร้อยปี หักโค่นล้มทับ ร้านส้มตำแห่งหนึ่ง พื้นที่ตำบลบ้านฉาง อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง เสียหายเกือบทั้งหลัง
เมื่อทีมข่าวเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่าตัวร้านส้มตำสร้างจากโครงไม้หลังคาสังกะสี ถูกลำต้นและกิ่งก้านหนาทึบของต้นมะกอกป่าขนาดใหญ่ประมาณ 1 คนโอบ ล้มทับจนหลังคายุบตัวลงมา แถมกิ่งไม้หักกระจายเกลื่อนพื้นที่ ซ้ำโต๊ะม้าหินอ่อนสำหรับรองรับลูกค้าและจุดยืนปรุงอาหารพังเสียหายทั้งหมด
ชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่า ช่วงเวลาดังกล่าวมีฝนตกและลมแรงต่อเนื่อง แต่อยู่ ๆ ต้นไม้ใหญ่ก็หักล้มโครมลงมาเสียงดังสนั่น คาดว่าต้นมะกอกป่าอุ้มน้ำฝนสะสมจากพายุรุนแรงในช่วง 2 วันก่อนหน้านี้ ประกอบกับลูกมะกอกที่ดกเต็มต้น ทำให้รับน้ำหนักไม่ไหวเมื่อเจอแรงลมซ้ำ
นายเอกลักษณ์ อายุ 39 ปี เจ้าของร้าน บอกว่า ก่อนหน้านี้ระบบเตือนว่ากล้องวงจรปิดที่ร้านสัญญาณขาดหายไป เมื่อตรวจสอบพบว่าสายขาดชำรุด ก็ไม่ไดเอะใจอะไร พอกลับมาถึงร้านถึงกับอ้าปากค้า เมื่อต้นมะกอกขนาดใหญ่ล้มทับร้าน แถมทับจุดที่ลูกค้านิยมนั่ง และภรรยามักจะยืนตำส้มตำเป็นประจำ
ขณะที่ นางสาวสุชาดา อายุ 39 ปี ภรรยา ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ เปิดใจบอกว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เชื่อว่าลูกในท้องช่วยชีวิตไว้แท้ ๆ ปกติเราเปิดร้านทุกวัน ตั้งแต่เช้าถึงค่ำ แต่วันนี้หมอนัดตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาลบ้านฉาง แล้วส่งตัวต่อไปที่โรงพยาบาลมาบตาพุด ถ้าวันนี้ไม่ไปหาหมอและยังยืนขายของอยู่ตรงนั้น คงเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่แน่นอน
เบื้องต้นหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองบ้านฉาง นำเลื่อยยนต์และอุปกรณ์ ตัดแต่งกิ่งก้านเล็ก และใบที่โปร่งออก ก่อนเคลื่อนย้ายลำต้นที่ทับโครงสร้างร้านออกอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติม
พายุพัดหลังคาบ้านเสียหาย 40 หลังคาเรือน
ขณะเดียวกัน ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ พายุฝนลูกใหญ่พัดกระหน่ำหลังคาบ้านของชาวบ้าน ทั้ง 2 อำเภอ อำเภอศรีณรงค์ และ อำเภอศีขรภูมิ เสียหายกว่า 40 หลังคาเรือน แถมคอกสัตว์ก็ได้รับผลกระทบไปด้วย เคราะห์ดีไม่มีผู้บาดเจ็บ
เบื้องต้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจ และจัดตั้งงบประมาณจำนวนหนึ่ง เยียวยาชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนแล้ว