ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ไปดูคดีที่ตอนแรกดูเหมือนจะเป็นอุบัติเหตุ แต่สุดท้ายกลายเป็นการฆาตกรรม และที่สำคัญพลเมืองดีต้องมาเสียชีวิต เพราะอยากช่วยคน
เริ่มด้วยภาพจากกล้องหน้ารถที่รถเก๋งคันนี้พุ่งผ่านหมู่บ้านด้วยความสูง จนสุดท้ายไปชนกับรถจักรยานยนต์อย่างแรง จนกล้องหน้ารถตัดไป
โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ประมาณ 02.00 น. วันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา บนถนนสายทุ่งโพธิ์ - ท่าสว่าง พื้นที่อำเภอเมืองสุรินทร์ ซึ่งตอนแรกตำรวจและกู้ภัยไปถึงที่เกิดเหตุ ก็เข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุ เพราะในที่เกิดเหตุ พบหญิงสาวเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 คน ทราบชื่อ นางสาวธิดารัตน์ อายุ 32 ปี และ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นชายที่ขี่รถจักรยานยนต์ 1 คน ชื่อ นายณัฐนนท์ อายุ 28 ปี
ส่วน นายอานนท์ ผู้ขับรถเก๋ง ได้รับบาดเจ็บจากแรกกระแทก ชาวบ้านช่วยเหลือนำตัวคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ก่อนที่ชายคนขี่รถจักรยานยนต์จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
แต่พอตำรวจรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะภาพจากกล้องหน้ารถเก๋ง ทางตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ ดูภาพแล้ว ไม่เหมือนกับอุบัติเหตุ ดูเหมือนว่ารถเก๋งคันนี้ตั้งใจขับชนรถจักรยานยนต์ แล้วตำรวจเจอหลักฐานชิ้นสำคัญ คือคลิปเสียงนี้
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ตำรวจรู้ว่า ก่อนเกิดเหตุ นางสาวธิดารัตน์ อยู่บนรถเก๋งกับนายอานนท์ จึงทำให้ตำรวจมุ่งเป้าได้ว่าไม่ใช่คดีอุบัติเหตุ ต้องมีอะไรมากกว่านั้น ซึ่งคลิปจับใจความได้ว่า ฝ่ายหญิงถูกฝ่ายชายข่มขู่ มีการขู่ถึงลูกของฝ่ายหญิง และบังคับฝ่ายหญิงขับรถออกไป จนสุดท้ายฝ่ายหญิงหักรถลงข้างทางเพื่อ หนีออกจากรถหลบหนี
ประกอบจังหวะเวลาเดียวกัน นายณัฐนนท์ ขี่จักรยายนต์ผ่านมาพอดี ซึ่งเป็นพลเมืองดี และไม่รู้จักทั้ง 2 คน ฝ่ายหญิงขอให้นายณัฐนนท์ช่วย นายนายณัฐนนท์ก็ช่วยพาฝ่ายหญิงซ้อนท้าย เพื่อหนีนายอานนท์
จนสุดท้ายนายอานนท์ไล่ทัน และขับรถชนทั้งคู่เสียชีวิต ในส่วนนี้กล้องวงจรปิดจับภาพเอาไว้ได้ และเป็นหลักฐานสำคัญในการมัดตัวนายอานนท์
ต่อมาตำรวจ รอให้นายอานนท์ ออกจากโรงพยาบาล แล้วเชิญตัวมาสอบปากคำ เรียกว่าเค้นอย่างหนัก พร้อมเอาหลักฐานทุกอย่างให้ดู จนสุดท้าย นายอานนท์รับสารภาพว่า นางสาวธิดารัตน์ เป็นอดีตภรรยาของตนเอง ก่อนเกิดเหตุ ง้อขอคืนดี และชวนไปกินข้าว โดยขึ้นรถไปและฝ่ายหญิงเป็นคนขับ แต่สุดท้ายมีปากเสียงกันจนถึงขั้นมีการทำร้ายร่างกาย ฝ่ายหญิงหนีลงจากรถจนไปเจอพลเมืองดี แล้วตนเองก็ขับไล่ตาม จนเกิดเป็นการฆาตกรรม
สุดท้ายตำรวจดำเนินคดีกับนายอานน์ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและทำให้เสียทรัพย์ แต่นายอานนท์ ไม่ขอไปขอขมาศพเนื่องจากเกรงถึงความปลอดภัย เนื่องจากฝ่ายญาติผู้เสียชีวิตทั้งสองคน มีจำนวนมาก มารอการเข้ามาขอขมาศพ
จึงกลัวเรื่องความปลอดภัย
ขณะที่ครอบครัวของนายณัฐนนท์ พลเมืองดี ก็ไปรับศพ นำไปทำพิธีทางศาสนา สิ่งที่น่าเศร้าคือ นายณัฐนนท์ เป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักงานการไฟฟ้าสาขาสุรินทร์แผนกก่อสร้างระบบไฟฟ้า และมีแผนจะแต่งงานในช่วงต้นเดือนมกราคม ปี 2570 และวันนี้ (9 มิ.ย.) ทั้งนายณัฐนนท์กับว่าที่เจ้าสาวมีนัดกันที่จะมาฉลองครบรอบวันเกิดอายุ 29 ปี ของนายณัฐนนท์ด้วย