โจรหวังขโมยตะแกรงเหล็กเผาศพ แต่หนัก แบกไปไม่ไหว เชื่อผิดๆ ว่าจะช่วยให้ปิ้งย่างขายดี

โจรหวังขโมยตะแกรงเหล็กเผาศพ แต่หนัก แบกไปไม่ไหว เชื่อผิดๆ ว่าจะช่วยให้ปิ้งย่างขายดี

View icon 64
วันที่ 9 มิ.ย. 2569 | 17.44 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
โจรย่องกลางดึก หวังขโมยตะแกรงเหล็กเผาศพ แต่หนัก แบกไปไม่ไหว ผู้ใหญ่บ้านคาด มีคนบางกลุ่มมีความเชื่อผิดๆ ว่าจะช่วยให้ปิ้งย่างขายดี บ้างก็นำไปทำเครื่องราง

วันนี้ (9 มิ.ย.69) นายสุวิทย์สันต์ สีด่าน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 บ้านทิก ต.บ้านเป้า อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ พร้อมกับนายสราวุธ ลือกำลัง สมาชิก อบต.บ้านเป้า และลูกบ้านจำนวนหนึ่ง ช่วยกันนำรถเครน ยกถาดกระบะเหล็ก ตะแกรงเหล็ก ขนาดความกว้าง 73 ซม. ยาว 213 ซม. น้ำหนักกว่า 400 กิโลกรัม สำหรับใช้ในเมรุเตาเผาศพ ของสำนักสงฆ์บ้านทิก ที่ถูกหัวขโมยใจบาป ย่องมากลางดึก เพื่อหวังจะมาขโมยเอาถาดกระบะเหล็ก ตะแกรงเหล็ก สำหรับใช้ในเมรุเตาเผาศพไป แต่ไม่สามารถยกขึ้นรถกระบะไปได้ จึงทิ้งเอาไว้ โดยเกิดเหตุช่วงกลางดึกคืนวันที่ 6 มิ.ย.69

โดยในช่วงตอนบ่ายวันที่ 7 มิ.ย.69 ขณะที่นายวิทย์สันต์ สีด่าน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ได้ขับรถกระบะ มาตามเส้นทาง ผ่านเมรุ สำนักสงฆ์บ้านทิก พบบานประตูเมรุเปิดออก จึงได้ขับรถกระบะเข้าไปตรวจดู พบว่าหน้าบันไดเมรุ มีวัสดุเป็นถาดกระบะเหล็ก ตะแกรงเหล็ก เตาเผาศพ พลิกคว่ำอยู่บริเวณหน้าเมรุ มีรอยขั้นบันไดแตก 2 จุด และบริเวณลานหน้าเมรุสำนักสงฆ์ พบรอยรถกระบะต้องสงสัย หักเลี้ยวเป็นรอยยาว คาดว่าน่าจะเป็นรถคนร้ายจะมาลักขโมยเอาถาดกระบะเหล็ก ตะแกรงเหล็ก สำหรับใช้ในเมรุเตาเผาศพ แต่ด้วยน้ำหนักของถาดกระบะเหล็ก ตะแกรงเหล็ก มีน้ำหนักมากถึง 400 กิโลกรัม จึงไม่สามารถยกขึ้นรถกระบะไปได้ จึงทิ้งไว้

ซึ่งทั้งผู้ใหญ่บ้าน และ อบต.(บ้านเป้า)ได้เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านเป้า อำเภอเกษตรสมบูรณ์ ไว้แล้วเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.69 ยังตามจับหัวขโมยใจบาบไม่ได้  คาดว่าอาจจะเป็นฝีมือของกลุ่มคนที่ติดยาเสพติด รวมกลุ่มก่อเหตุเข้ามาหวังจะนำเอาถาดเหล็ก ตะแกรงเหล็ก ในเตาเผาศพไปขาย เพื่อหาเงินไปซื้อยาเสพติดมาเสพ หรืออาจจะเป็นฝีมือของกลุ่มคน มีความเชื่อทางไสยศาสตร์ หวังเอาไปทำพิธีกรรมทางสายดำ เพื่อไปทำเป็นรางปิ้งไก่ หรือไปประกอบพิธีค้าขายให้ดีขึ้น หรือแยกชิ้นส่วนเพื่อปลุกเสกพิธีกรรม ทางด้านทำมาค้าขายก็เป็นไปได้

ส่วนด้านหลวงตาสุเทพสังวโร อายุ 63 ปี ที่จำพรรษา ที่วัดแห่งนี้ ซึ่งมีพระสงฆ์เพียงรูปเดียวเล่าว่าวันเกิดเหตุอาตมา ตอนแต่หัวค่ำและเป็นช่วงเวลาฝนตกปรอยๆ ไม่มีเสียงหมาเห่าและไม่ได้ตื่นรู้สึกได้ยินเสียงรถกระบะที่เข้ามาภายในบริเวณสำนักสงฆ์แห่งนี้แต่อย่างใด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง