ชายจีนวัย 40 ปี พลัดตกทะเลในไหหลำ ถูกคลื่นซัดไปไกลกว่า 10 กม. ลอยเคว้งนาน 7 วัน ต้องจับปูตัวเล็กกินดิบ ๆ และดื่มปัสสาวะประทังชีวิต ก่อนมีเรือประมงไปเจอและช่วยชีวิตรอดปาฏิหาริย์
วันนี้ (10 มิ.ย. 69) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นายฉิน เจี้ยนผิง อายุ 40 ปีกว่า พ่อค้าจากเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งประสบอุบัติเหตุพลัดตกทะเลขณะเดินเล่นอยู่บนกำแพงกันคลื่นในเมืองไห่โข่ว มณฑลไหหลำ ทางตอนใต้ของจีน ตอนกลางคืนของวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ต้องลอยเคว้งอยู่กลางทะเลนาน 7 วัน โดยไม่มีอาหาร น้ำดื่ม อุปกรณ์ชูชีพ หรือเครื่องมือสื่อสารติดตัว
ทาง นายฉิน เล่าว่า ตนพยายามว่ายน้ำกลับเข้าฝั่งอย่างตื่นตระหนก แต่กลับถูกคลื่นทะเลซัดออกห่างจากชายฝั่งไป 3-4 เมตร และได้ตะโกนร้องขอความช่วยเหลืออย่างสุดกำลังแต่ไม่มีใครสังเกตเห็น สุดท้ายก็เลือกประคองตัวอยู่บนพื้นผิวน้ำให้ได้นานที่สุดเพื่อประหยัดแรง
โดย นายฉิน ต้องทรมานจากภาวะขาดน้ำและถูกแดดเผา แถมยังได้รับบาดเจ็บจากการถูกแนวปะการังขูดและถูกแมงกะพรุนต่อย แม้จะเจอทุ่นลอยน้ำแต่เมื่อปีนขึ้นไปแล้วก็ต้องกลับลงน้ำเพราะคลื่นแรงและความร้อนบนทุ่น เมื่อกระหายน้ำก็ต้องจำใจดื่มน้ำทะเลและปัสสาวะของตัวเอง และต้องจับปูทะเลตัวเล็ก ๆ มากินแบบดิบ ๆ เพื่อประทังชีวิต
การลอยเคว้งกลางทะเลนาน ๆ นี้ทำให้ร่างกายและจิตใจของ นายฉิน อ่อนล้าอย่างหนัก สายตาเริ่มพร่ามัว เกิดอาการประสาทหลอน และถึงขั้นมีเลือดไหลออกจากดวงตา แต่เจ้าตัวก็ฮึดสู้ หลังจากนั้นในช่วงเช้าของวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ได้มีชาวประมงที่ออกเรืออยู่ไกลจากชายฝั่งกว่า 10 กิโลเมตร ได้สังเกตเห็น นายฉิน และได้เข้าช่วยเหลือ
ทั้งนี้ นายฉิน น้ำหนักตัวลดลงถึง 9 กิโลกรัม และมีบาดแผลตามร่างกาย โดยเจ้าตัวฉินกล่าวว่า การมีสติและการไม่ยอมแพ้คือสิ่งสำคัญที่สุดระหว่างการเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์ที่ไม่มีวันลืมนี้