ชัชชาติ หาเสียง ชูนโยบาย “Next Learn” เรียนอาชีพที่ AI แย่งไม่ได้ เรียนจบทำงานต่อ

ชัชชาติ หาเสียง ชูนโยบาย “Next Learn” เรียนอาชีพที่ AI แย่งไม่ได้ เรียนจบทำงานต่อ

View icon 21
วันที่ 10 มิ.ย. 2569 | 18.02 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ชัชชาติ ลงพื้นที่หาเสียง ชูนโยบาย “Next Learn” เรียนอาชีพที่ AI แย่งไม่ได้ ยกระดับ 21 ศูนย์ฝึกอาชีพ เรียนจบทำงานต่อ เพิ่มพื้นที่สนับสนุนผู้ประกอบการที่มีไอเดีย แต่ไม่มีทุน พร้อมขยายตลาดนัดให้แผงลอยมีที่ค้ามั่นคง ไม่ถูกไล่รื้อ เชื่อมต่อสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

วันนี้ (10 มิ.ย.69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมทีมงาน “กรุงเทพฯ ทำงาน” นายวิศณุ ทรัพย์สมพล นายศานนท์ หวังสร้างบุญ และนายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ ลงพื้นที่หาเสียงเขตจตุจักร-บางซื่อ เริ่มต้นตั้งแต่บริเวณหน้าตึกธนาคารทหารไทยธนชาติ ตลาดนัด SUN TOWER ศูนย์ฝึกอาชีพจตุจักร เขตจตุจักร และ ซอยประชานฤมิตร (ถนนสายไม้) เขตบางซื่อ การลงพื้นที่ครั้งนี้ นายชัชชาติ ชูนโยบายยกระดับทักษะคนเมือง ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่และสร้างความมั่นคงในอาชีพ โดยเน้นย้ำถึงความสำเร็จของแพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิต  "Next Learn"

นายชัชชาติ กล่าวว่า กทม. อาจไม่มีงบประมาณสำหรับแจกเงินโดยตรง แต่สามารถให้ความรู้และทักษะได้ ซึ่งที่ผ่านมาคนกรุงเทพฯ สะสมชั่วโมงเรียนผ่านศูนย์ฝึกอาชีพแล้วรวม 458,789 ชั่วโมง ผ่านหลักสูตรกว่า 680 คอร์สใน 28 หมวดหมู่ ทั้งรูปแบบออนไลน์และออนไซต์ ซึ่งมีการออกแบบเนื้อหากับพันธมิตรระดับอย่าง Google, Microsoft และ Starfish Labz มีการแบ่งเป็นหลักสูตร NEXT Skills สำหรับเรียนรู้ทักษะใหม่ และ NEXT Jobs ซึ่งเป็นหลักสูตรเรียนจบพร้อมจ้าง เพื่อการันตีการจ้างงานทันที โดยในอนาคตตั้งเป้า “Next Learn” ให้ขยายการสะสมชั่วโมงเรียนเป็น 1 ล้านชั่วโมงต่อปี

“กทม. ไม่มีเงินไปแจกคนนะ เราไม่สามารถเอาเงินไปแจกได้ แต่สามารถสร้างองค์ความรู้ ให้เขาเอาความรู้ไปทำมาหากิน พัฒนาตัวเองได้ เรามี Next Job ที่จะมีเอกชน 13 ราย มาร่วมกับเราในการให้คอร์สฝึกด้วย ใครเรียนคอร์สนี้จบก็มีโอกาสได้ทำงานต่อ ก็ทำให้มีการกระตุ้นการจ้างงาน ” นายชัชชาติ กล่าว

นอกจากนี้ จะมีการวิเคราะห์ความต้องการของตลาดแรงงาน ควบคู่กับ Skill Mapping เพื่อสร้างแนวทางให้ผู้เรียน เห็นลู่ทางสู่อาชีพที่ตลาดต้องการ และวางแผนอนาคตได้ นโยบายนี้จะเชื่อมโยงหลักสูตรจากแพลตฟอร์มต่างๆ ของ กทม. เช่น BKK Learning Hub และ BMA Training เข้าด้วยกัน พร้อมมุ่งเป้าขยายความร่วมมือกับเอกชนในกลุ่มอาชีพที่ AI ทำแทนไม่ได้ เช่น งานดูแลผู้สูงอายุ ช่างซ่อม แม่บ้าน พนักงานขับรถ

ทั้งนี้ นายชัชชาติ ยังเสนอนโยบายยกระดับศูนย์ฝึกอาชีพ กทม. จำนวน 11 แห่ง และยกระดับโรงเรียนฝึกอาชีพ 10 แห่ง ให้เป็นเส้นทางสู่อาชีพที่ทุกคนเข้าถึงได้ด้วยค่าเรียน 105-305 บาท ครอบคลุมหลากหลายทักษะ ซึ่งศูนย์ฝึกอาชีพนี้ ถือเป็นหัวใจของการสร้างงานในยุคนี้ เพราะตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนและปรับตัวตามเทรนด์ได้รวดเร็ว โดยปัจจุบันหลักสูตรที่ได้รับความนิยมก็อาจจะเป็นเรื่องทำเล็บ เรื่องที่ตอบสนองโจทย์ของคนรุ่นใหม่ แล้วก็มีเรื่องทำผม เรื่องทำคอมพิวเตอร์ต่างๆ ก็เป็นการเพิ่มทักษะ นโยบายเราก็จะเพิ่มตรงนี้ให้เข้มข้นมากขึ้น

ในอนาคตจะปรับศูนย์ฝึกอาชีพให้เป็น "ศูนย์กลางทักษะอาชีพ" ที่สร้างสภาพแวดล้อมทำงานจริง โดยจะเชื่อมโยงกับ Next Learn ที่มีการรับรองมาตรฐานสากล การสอบใบประกอบวิชาชีพ ตลอดจนขยายเวลาเรียนเพิ่มรอบค่ำและเสาร์ อาทิตย์ พร้อมเพิ่มหลักสูตรระยะสั้น เพื่อให้จบเร็วขึ้น และปรับหลักสูตรให้ก้าวทันกระแสเศรษฐกิจใหม่ เช่น อาหารสุขภาพ และ Green Jobs โดยตั้งเป้าให้มีอย่างน้อย 300 หลักสูตร

นอกเหนือจากการยกระดับทักษะแล้ว การลงพื้นที่บริเวณซอยประชานฤมิตร (ถนนสายไม้) ยังเป็นการตอกย้ำนโยบายการส่งเสริมเอกลักษณ์และเศรษฐกิจระดับย่าน ควบคู่ไปกับการผลักดัน “Incubation Hub” หรือศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ เพิ่มพื้นที่สนับสนุนผู้ประกอบการในระยะเริ่มต้น ที่มีไอเดียแต่ไม่มีทุน โดยจะมีทั้งอุปกรณ์จริง ลูกค้าจริง และเครือข่ายนายจ้างรองรับ ตั้งเป้าสร้างผู้ประกอบการหน้าใหม่ 1,000 รายต่อปี เศรษฐกิจอีกระดับหนึ่งคือเศรษฐกิจระดับล่าง เป็นเศรษฐกิจขนาดเล็ก ประกอบด้วย SME และ Micro SME ซึ่งมีอยู่ 5 แสนกว่าราย อันนี้ก็ต้องช่วย ต้องให้ความรู้เพิ่ม

นอกจากนี้ ยังเตรียมต่อยอดความสำเร็จจากโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ที่ขยายตลาดนัดกว่า 400 แห่งครบ 50 เขต และ "ศูนย์อิ่มท้อง" ที่ให้แผงลอยมีที่ค้าขายมั่นคง ไม่ถูกไล่รื้อ พร้อมเชื่อมต่อสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โดยใช้ข้อมูลจาก กทม. แทนหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนในระดับชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง