พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจําพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา รองประธานคณะกรรมการกองทุนกําลังใจ ในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เดินทางไปยังห้องประชุมนารี 2 ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ อําเภอเมืองฯ จังหวัดเชียงใหม่ รับชมการแสดงชุด "กาลครั้งหนึ่ง" แล้ว เปิดการฝึกวิชาชีพ "โครงการฝึกอาชีพผู้ช่วยเหลือด้านสุขภาพ" ซึ่งทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ บูรณาการความร่วมมือกับโรงพยาบาลนครพิงค์และเครือข่ายสุขภาพ เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถทำการคัดกรอง ส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค รวมทั้งพัฒนาการฝึกวิชาชีพให้สามารถนำไปประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแนวคิด "เปลี่ยนภาระให้เป็นโอกาส" ได้แก่ หลักสูตรผู้ช่วยด้านทันตกรรม : หลักสูตร 30 ชั่วโมง เพื่อเรียนรู้การช่วยสนับสนุนการทำหัตถการของทันตแพทย์ให้มีความ "รวดเร็ว" ลดความแออัด และระยะเวลารอคอย
หลักสูตรผู้ช่วยด้านเภสัชกรรม : หลักสูตร 30 ชั่วโมง เพื่อเรียนรู้การจัดการระบบยาเดิมของผู้ป่วย การคัดกรอง และการจัดเตรียมเวชภัณฑ์ ภายใต้การกำกับดูแลของพยาบาลและเภสัชกร ทำให้การจ่ายยาและการบริบาลทางเภสัชกรรมมีความ "ถูกต้อง" แม่นยำสูงสุด ป้องกันความคลาดเคลื่อนทางยา ทำให้ผู้ป่วยได้รับยาอย่าง "รวดเร็ว" ทันท่วงที
และด้านฟื้นฟูสมรรถภาพและกายภาพบำบัด : หลักสูตร 30 ชั่วโมง เพื่อเรียนรู้การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ได้รับบาดเจ็บจากสาเหตุต่าง ๆ รวมถึงความพิการ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและป้องกันภาวะทุพพลภาพที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ต้องขังในระยะยาว
จากนั้น เยี่ยมชมการดำเนินโครงการกำลังใจ ในพระดำริฯ ของทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ซึ่งมีกำหนดควบคุมผู้ต้องขังหญิงกำหนดโทษสูงสุด คือ จำคุกตลอดชีวิต ปัจจุบันมีผู้ต้องขังหญิง 1,897 คน โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้พระราชทานแนวทางการฝึกอาชีพ ทั้งงานช่าง, งานฝีมือและศิลปกรรม, การเกษตร, งานบริการ, การทำอาหารและขนม รวมทั้งอาชีพใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี ผ่านโครงการกำลังใจ ในพระดำริฯ มาตั้งแต่ปี 2549 เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องขังในทุกมิติให้กลับคืนสังคมอย่างมีคุณภาพ มีอาชีพ มีงานทำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการลดการกระทำผิดซ้ำ อาทิ ห้องเสื้อนารี ตัดเย็บ ออกแบบเสื้อผ้า โดยปี 2564 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้เสด็จมาอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมทักษะความเป็นเลิศ และพระราชทานคำแนะนำการออกแบบเสื้อผ้าและการทอผ้า เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและต่อยอดการออกแบบและผลิตผลงาน, กองงานศิลปะประดิษฐ์ ออกแบบปักผ้าบนกระเป๋า เสื้อผ้า พวงกุญแจ เครื่องประดับ, กองงานทอผ้า (กี่เอว) หรือ การทอผ้าพื้นเมืองแบบกะเหรี่ยง เป็นผ้าพันคอ เสื้อ กระเป๋า, โรงงานทอผ้าไหม/ผ้าฝ้าย ซึ่งซื้อเส้นไหมมาจากข้างนอก แล้วเริ่มขั้นตอนต่าง ๆ ตั้งแต่การกรอไหม จนถึงการทอ ที่ผ่านมา ส่งผลงานเข้าประกวดในรายการต่าง ๆ และได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานสีน้ำเงิน ประเภทผ้ายกไหม (ยกใหญ่ไม่มีสังเวียน) ประจำปี 2568 รวมทั้งโครงการส่งเสริมทักษะและความสามารถพิเศษ ด้านดนตรี การขับร้อง และการแสดง
จากนั้น เปิดร้านจําหน่ายผลิตภัณฑ์ผู้ต้องขัง และร้านกาแฟ "นารีคอฟฟี่" ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางจำหน่ายสินค้าจากการพัฒนาทางวิชาชีพแก่บุคคลภายนอก บริเวณด้านหน้าทัณฑสถานฯ รวมทั้งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้สังคมภายนอกได้รับรู้ภารกิจด้านการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง เป็นการสร้างการยอมรับและให้โอกาส รวมทั้งพัฒนาและส่งเสริมการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง ซึ่งสามารถนำไปประกอบเป็นอาชีพภายหลังพ้นโทษได้ โดยทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ มีภารกิจด้านการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง ตามนโยบายอธิบดีกรมราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2569 "เปลี่ยนภาระให้เป็นโอกาส รวดเร็วและถูกต้อง" มีการฝึกทักษะอาชีพ เน้นความจำเป็นตลาดแรงงานและความสมัครใจ สร้างหลักสูตรที่มีมาตรฐาน และการหางานระหว่างฝึกวิชาชีพ รวมทั้งโครงการกำลังใจในพระดำริฯ ได้ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้ต้องขังได้ฝึกวิชาชีพที่หลากหลาย
ในตอนบ่าย ไปเยี่ยมชมโรงเรียนลีลานวดไท ตําบลแม่เหียะ ซึ่งก่อตั้งจากเจตนารมณ์ของอดีตผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ในการสร้างโอกาสให้ผู้ต้องขังหลังพ้นโทษได้มาประกอบอาชีพสุจริต สามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว ไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำ โดยจะได้เรียนรู้ทักษะอาชีพนวดเพื่อสุขภาพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมได้รับประกาศนียบัตร เพื่อนำไปขึ้นทะเบียนประกอบอาชีพกับกระทรวงสาธารณสุข สามารถประกอบอาชีพสุจริตเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ และเปิดโอกาสให้อดีตผู้ต้องขังที่ประสบความสำเร็จในอาชีพนวดไทย มาเป็นวิทยากรและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่รุ่นต่อไป ก่อให้เกิดความหวัง กำลังใจ และความเชื่อมั่นในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ปัจจุบัน มีพนักงานที่เป็นอดีตผู้ต้องขัง 72 คน และพนักงานที่เป็นญาติพี่น้องของอดีตผู้ต้องขัง 29 คน