ญาติผู้ป่วยเข้าแจ้งความเอาผิดร้านก๋วยเตี๋ยว จ.อุดรธานี

View icon 24
วันที่ 11 มิ.ย. 2569 | 07.02 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - เมื่อวาน ญาติผู้เสียหายจากการกินก๋วยเตี๋ยว ที่มีสารพิษผสมอยู่ในซุป เข้าแจ้งความกับ สภ.เมืองอุดรธานี รวม 16 ราย เพื่อเอาผิดกับร้านก๋วยเตี๋ยว ที่นำสารพิษที่คิดว่าเป็นเกลือ มาผสมลงในหม้อต้มก๋วยเตี๋ยว

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อวานนี้ ญาติของผู้ที่เกิดอาการอาหารเป็นพิษจากการกินก๋วยเตี่ยว ในพื้นที่ชุมชนพรสวรรค์ อำเภอเมืองอุดรธานี ที่เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวได้เติมสารเคมีที่เป็นพิษต่อร่างกาย ลงไปในหม้อก๋วยเตี๋ยว เพราะเข้าใจว่าเป็นเกลือ ได้เข้าแจ้งความกับ สภ.เมืองอุดรธานี

โดย นางประภาพร อายุ 58 ปี ที่ลูกชายเป็นหนึ่งใน 16 คน ที่กินก๋วยเตี๋ยวเข้าไป และยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เปิดเผยว่า ลูกชายไปกินก๋วยเตี๋ยวจากร้านดังกล่าว ที่อยู่ปากซอย ในช่วงเช้า ก่อนที่ช่วงเที่ยงลูกชายจะโทร.หาว่ามีอาการมือสั่น โดยเข้าใจว่าเป็นอาการหิว สามีจึงซื้ออาหารจากร้านเดิม ซึ่งมีน้ำซุปไปให้อีก โดยสามียังถามว่า ที่เป็นอย่างนี้เพราะกินก๋วยเตี๋ยวเข้าไปหรือไม่ แต่ลูกชายยืนยันว่าน่าจะมาจากความหิว จึงเอาอาหารให้ลูก และออกไปทำงาน จากนั้นไม่นานลูกชายก็โทร.มาบอกว่าไม่ไหวแล้ว ส่วนที่มาแจ้งความ เพราะว่าก่อนเติมสารดังกล่าวลงในหม้อก๋วยเตี๋ยว ทำไมถึงไม่มีการตรวจสอบก่อน

นางสาวจิรัชยา อายุ 25 ปี เป็นอีกหนึ่งคนที่เข้าแจ้งความว่า แม่อายุ 49 ปี เป็นหนึ่งในผู้ป่วยที่กินก๋วยเตี๋ยวจากร้านดังกล่าว

นางสาวจิรัชยา บอกว่า แม่เป็นลูกค้าประจำของร้านนี้ ช่วงบ่ายแม่ได้วิดีโอคอลมาบอกว่า กินก๋วยเตี๋ยวจากร้านนี้มาแล้วมีอาการเวียนหัว และอาการค่อย ๆ หนักขึ้น เพราะบอกว่าหัวใจเต้นเร็ว สายตาพร่ามัว จึงได้รีบกลับบ้าน ตอนแรกโทร.แจ้งกู้ชีพ แต่ได้รับคำตอบว่าต้องรอ เพราะมีเคสเยอะ เลยตัดสินใจเรียกเพื่อนบ้าน พาแม่ไปส่งโรงพยาบาล

ขณะที่ความคืบหน้าคดี พันตำรวจเอก พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผู้กำกับการ สภ.เมืองอุดรธานี บอกว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายและญาติทยอยเข้าให้ปากคำ และแจ้งความอย่างต่อเนื่อง โดยตำรวจได้ประสานหน่วยงานพิสูจน์หลักฐาน และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี เพื่อเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์ คาดว่าจะทราบผลการตรวจที่เกี่ยวข้องภายใน 7 วัน

ขณะที่ ลูกชายของแม่ค้าก๋วยเตี๋ยว บอกว่า ที่หยิบถุงสารดังกล่าวมา เพราะคิดว่าเป็นเกลือ และตั้งใจจะนำมาให้แม่ด้วยความหวังดี อยากทำความดีเพื่อแม่ ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้

ส่วนอาการผู้ป่วย แพทย์พบว่าผู้ป่วยมีออกซิเจนในเลือดตกฉับพลัน ในส่วนของคนไข้ 12 คน ทุกรายได้รับการรักษาจนปลอดภัย และเตรียมออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ส่วนผู้ป่วย 4 คน ที่อาการวิกฤต ตอนนี้อาการดีขึ้น แพทย์ได้ถอดเครื่องช่วยหายใจแล้ว 2 คน ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี สัญญาณชีพปกติ หายใจได้เองแล้ว

ด้านรองศาสตราจารย์ วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ "อาจารย์อ๊อด" นักวิชาการด้านเคมี กล่าวว่า หากประเมินด้วยสายตา ยังไม่ผ่านห้องแล็ป จะเห็นว่าตัวสารเคมีเป็นผลึกสีขาวเหมือนเกลือแกง ตามคำบอกเล่า อ้างว่าเค็มนิด ๆ ส่วนผู้ป่วยมีอาการเวียนหัว อ่อนแรง คลื่นไส้ อาเจียน ช็อก และบางรายถึงขั้นตาบอดชั่วคราว

อาจารย์อ๊อด ได้วิเคราะห์กลุ่มสารเคมีที่อาจเป็นไปได้ คือ กลุ่มบอแรกซ์ (Borax) สารต้องห้ามที่มักลักลอบใส่ในลูกชิ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการตาพร่ามัวได้

อีกชนิดคือ กลุ่มเกลือไนเตรต-ไนไตรต์ (Nitrate/Nitrite) มักใช้ในการหมักเนื้อแดง หากได้รับในปริมาณมาก จะทำให้เม็ดเลือดแดงไม่สามารถขนส่งออกซิเจนได้ ส่งผลให้เวียนศีรษะ และแรงดันตก

อย่างไรก็ตาม อาจารย์อ๊อด ทิ้งท้ายไว้ว่า สามารถส่งตัวอย่างสารเคมีดังกล่าวมาให้ตนตรวจได้ ใช้เวลาไม่เกิน 2 วัน จะได้ข้อสรุปทันทีว่าสารเคมีชนิดนี้คืออะไร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง