ลุงป่วยอัมพฤกษ์ เจอหมอกำมะลอ หลอกรักษาหมดเงินหลายหมื่น อีกทั้งยังถูกขโมยเงินสดในกระเป๋าด้วย ช้ำอีกเมื่อพบว่า ยาที่หมอกำมะลอให้กิน คือ ยาแก้ปวด สำหรับผู้หญิงที่หมดประจำเดือน
วันที่ 10 มิถุนายน 69 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนขอความเป็นธรรมจาก นายธวิช หรือ "ลุงวิช" อายุ 65 ปี ซึ่งป่วยเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีกด้านขวา หลังตนเองถูกชายอ้างเป็นแพทย์เกษียณแล้ว จาก รพ.ชื่อดัง เคยผ่าตัดรักษาคนไข้มานับครั้งไม่ถ้วน และสามารถรักษาให้ตนเองหายป่วยจากอาการอัมพฤกษ์ครึ่งซีกได้ โดยวิธีการนวดจับเส้น เพราะเขามีความรู้ด้านแพทย์แผนไทยอีกด้วย โดยคิดค่ารักษาครั้งละ 500 บาท มารักษาตนได้ทุกวันหรือวันเว้นวันแล้วแต่ หมอจะว่าง
ลุงวิช เล่าด้วยความเจ็บช้ำใจถึงที่มาว่า ตนได้พบข้อมูลในเฟซบุ๊กที่มีการโพสต์ว่า มีหมอคนหนึ่งสามารถรักษาอาการอัมพฤกษ์ได้ ชื่อ "หมอต้อม" จึงได้ทักติดต่อไป เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 69 เพื่อให้ทำการรักษาตนเองถึงที่บ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ย่านบางใหญ่ โดยชายดังกล่าวได้แนะนำกับตนเองว่าเขาชื่อนายแพทย์ณัฐพล เคยประจำอยู่โรงพยาบาลชื่อดัง เป็นหมอใหญ่ ผ่านการผ่าตัดมานับครั้งไม่ถ้วน และยังมีความรู้ในด้านแพทย์แผนไทยอีกด้วย สามารถรักษาอาการอัมพฤกษ์ครึ่งซีกด้านขวาของตนให้หายได้ โดยวิธีการใช้เครื่องนวดไฟฟ้ากระตุ้น รวมทั้งจ่ายยาให้กิน
ตนเองหลงเชื่อใจจนสนิท เพราะคิดว่า หมอต้อมจะสามารถทำให้ตนหายป่วยจากอาการอัมพฤกษ์ จึงตอบตกลงให้เขารักษาอยู่นานกว่า 2 เดือน หมดเงินไปหลายหมื่นบาท แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น มีแต่จะแย่ลงๆ ซ้ำร้ายหนักกว่านั้นระหว่างที่เขากำลังนวดให้ตนอยู่ในบ้าน อาศัยจังหวะที่ตนเผลอ หยิบเงินสดในกระเป๋าสะพายที่แขวนอยู่กับผนัง ไปจำนวน 10,000 บาท ตนมาทราบทีหลังก็รู้สึกโกรธและโมโห จึงไปแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ ในข้อหา "ลักทรัพย์และหลอกลวง" เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 69 ที่ผ่านมา แต่คดียังนิ่งและไม่มีความคืบหน้า
ลุงวิช ยังเปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า ตนได้โทรไปที่โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวอ้าง เพื่อสอบถามว่าเคยมีชื่อ นายแพทย์ณัฐพล หรือหมอต้อม ประจำอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้หรือไม่ กลับได้รับการตอบรับจากเจ้าหน้าที่ว่าไม่เคยมีหมอชื่อนี้อยู่ในทำเนียบของหมอที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเลย ตนจึงรู้ว่าถูกหลอกแน่นอน ต่อมาตนพยายามทวงเงินที่เขาลักขโมยไป จำนวน 10,000 บาท แต่เขาก็ใช้วิธีไม่รับสายๆ จนบล็อคเบอร์มือถือตนเองในที่สุด ทำให้ไม่สามารถติดต่อได้จนถึงทุกวันนี้ ที่โชคร้ายเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดก็คือ ตนได้เดินทางไปรักษาอาการต่อที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จนอาการดีขึ้นตามลำดับ และได้นำยาที่หมอต้อมให้ตนเองไปให้คุณหมอที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า รวมทั้งเภสัชกรที่ร้านขายยาดู ก็แทบตกใจล้มทั้งยืน เพราะทางหมอโรงพยาบาลและเภสัชกรแจ้งตนมาว่า ยาที่ตนกินอยู่ทุกวันนี้เป็นยาแก้ปวดสำหรับไว้ให้สตรีกิน เวลาหมดประจำเดือน และสั่งไม่ให้ตนกินต่อ ทำให้ตนรู้สึกโมโหและเจ็บปวดมากที่ถูกหมอต้อมหลอกทุกอย่าง ตนแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้แล้วยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า จึงต้องมาร้องเรียนผู้สื่อข่าวให้ช่วยเหลือ