จากกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์มีการโพสต์และแชร์คลิปวิดีโอ พร้อมภาพเหตุการณ์กลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาทบริเวณหน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยต่อมาทางเพจสถานีตำรวจภูธรอุทัย ได้เผยแพร่ภาพพร้อมข้อความระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดแล้ว และมีผู้ก่อเหตุบางส่วนติดต่อขอเข้ามอบตัว
โดยข้อความระบุว่า จากกรณีที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ มีกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายการ์ดร้านอาหารแห่งหนึ่ง จนทำให้ทรัพย์สินภายในร้านได้รับความเสียหาย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้เร่งติดตามและกดดันกลุ่มผู้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง จนสามารถทราบตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดแล้ว และมีผู้ก่อเหตุบางส่วนติดต่อขอเข้ามอบตัว ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ล่าสุด เมื่อเวลา 18.00 น. วานนี้ (10 มิ.ย. 69) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยัง สภ.อุทัย อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อสอบถามความคืบหน้าของเหตุการณ์ดังกล่าวกับ พ.ต.อ.มนัส อัดโดดดร ผกก. สภ.อุทัย
พ.ต.อ.มนัส เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบคลิปวิดีโอเหตุการณ์ เกิดขึ้น ช่วง 01.00 น.ของวันที่ 9 มิ.ย. 69 พบว่า กลุ่มวัยรุ่นได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายบริเวณหน้าร้านแห่งหนึ่งในเขต อ.อุทัย โดยในช่วงเวลาดังกล่าว มีกลุ่มนักเที่ยวจาก จ.อ่างทอง เดินทางมาด้วยรถกระบะ 4 ประตู จำนวน 1 คัน รวม 6-7 คน ทั้งชายและหญิง ขณะที่คู่กรณีเป็นการ์ดและพนักงานของทางร้าน
สาเหตุของเหตุการณ์เกิดจากกลุ่มนักเที่ยวจาก จ.อ่างทอง มีปากเสียงและเขม่นกับนักเที่ยวอีกโต๊ะหนึ่งภายในร้าน ทางการ์ดและพนักงานจึงได้เข้าไปห้ามปราม พร้อมขอให้ทั้งสองฝ่ายแยกย้ายกลับบ้าน เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทภายในร้าน ประกอบกับเป็นช่วงเวลาที่ร้านปิดให้บริการแล้ว
หลังจากนั้นกลุ่มนักเที่ยวจาก จ.อ่างทอง ได้ขับรถออกจากร้านไป แต่ผ่านไปประมาณ 20 นาที กลุ่มดังกล่าวยังคงติดใจคำพูดของการ์ด จึงขับรถย้อนกลับมาที่ร้านอีกครั้ง เมื่อพบการ์ดที่เคยมีปากเสียงกัน จึงลงจากรถเข้าไปทำร้ายร่างกาย จนเกิดเหตุชุลมุนตามที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ
จากพฤติการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมีเจตนากลับมาทำร้ายการ์ดของร้านโดยตรง เนื่องจากมีการวนรถกลับมาก่อเหตุ ภายหลังเกิดเหตุทางร้านได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ขณะที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจาก จ.อ่างทอง ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวแล้ว 2 คน และอยู่ระหว่างติดตามตัวเพื่อนร่วมก่อเหตุอีก 5 คน ซึ่งมีทั้งชายและหญิง โดยผู้หญิงไม่ได้ลงจากรถในวันเกิดเหตุ
พ.ต.อ.มนัส กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุของเรื่องทั้งหมดเกิดจากความไม่เข้าใจกันเรื่องคำพูด ซึ่งอาจเกิดจากอาการมึนเมาของผู้ที่มาเที่ยว ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดและรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงตรวจสอบว่ามีคู่กรณีรายใดเกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้มีเพียง 2 คนที่เข้ามอบตัว
สำหรับการดำเนินคดี เบื้องต้นมีความผิดในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ เนื่องจากทางร้านได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้ว ส่วนคดีทำร้ายร่างกายนั้น เจ้าหน้าที่จะเรียกคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเข้ามาสอบปากคำและพูดคุยเพิ่มเติม เนื่องจากพบว่ามีการทำร้ายร่างกายตอบโต้กันทั้งสองฝ่าย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการกวดขันและเข้มงวดการดูแลสถานบันเทิงในช่วงเวลาใกล้ปิดให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยในคืนเกิดเหตุได้มีการออกตรวจและสั่งปิดสถานบริการตามปกติ ก่อนเดินทางมาตรวจสอบร้านที่เกิดเหตุในเวลาประมาณ 00.15 น. ซึ่งพบว่าร้านปิดให้บริการแล้ว สอดคล้องกับคำให้การของผู้ที่เข้ามอบตัวทั้ง 2 คน ที่ระบุว่า เมื่อออกจากร้าน ร้านได้ปิดให้บริการแล้ว จึงขับรถออกจากพื้นที่ไป
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะยังคงกวดขันดูแลสถานบริการและสถานบันเทิงในพื้นที่อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทและรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ต่อไป