ห้องข่าวภาคเที่ยง - จากสถานการณ์ฝนตกหนัก และตกนานต่อเนื่อง ส่งผลกระทบให้พื้นที่ภาคใต้หลายจังหวัด น้ำท่วมขังถนน และพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง
เร่งระบายน้ำหลังฝนถล่มหนัก จ.พังงา
คลิปนี้ที่จังหวัดพังงา เกิดฝนตกหนักนานต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำเอ่อล้น ระบายไม่ทัน ไหลเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน และถนนหนทางในหลายจุด สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่ และการสัญจรเป็นไปอย่างยากลำบาก
อย่างที่บริเวณถนนสายหลัก เส้นทางเข้าเมืองพังงา ก็มีน้ำท่วมขังรอการระบายสูงประมาณ 30-40 เซนติเมตร ส่งผลให้รถยนต์ที่สัญจรผ่านไปมา ต้องชะลอตัว และบางคันที่ขับมาด้วยความเร็ว ลุยน้ำจนเกิดเป็นคลื่นซัด ร้านค้าได้รับความเดือดร้อน ส่วนรถจักรยานยนต์ต้องสัญจรด้วยความยากลำบาก
ฝนตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลมรสุม ส่งผลให้หลายพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองพังงา เกิดน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะบริเวณถนนเพชรเกษม ถนนบริรักษ์บำรุง และถนนมนตรี ประชาชนต้องเร่งสูบน้ำออกจากบ้าน ขณะที่เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรในช่วงเวลาเลิกเรียน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ และให้ความช่วยเหลือประชาชน รวมถึงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากพื้นที่เสี่ยง พร้อมจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว ที่องค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำน้ำผุด รองรับผู้ได้รับผลกระทบ และขอให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนภัย จากทางราชการอย่างใกล้ชิด
ส่วนที่บ้านในโตน จังหวัดพังงา ก็หนักไม่แพ้ในเมือง หลังมีฝนตกหนักสะสมต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ส่งผลให้มวลน้ำสีดินแดงขุ่น ไหลเข้าท่วมพื้นที่สวนยางพารา และสวนปาล์มน้ำมันของชาวบ้าน ระดับน้ำท่วมสูงจนท่วมโคนต้น และพืชบางชนิดในพื้นที่จนมิด หลังน้ำลด ชาวบ้านต้องเร่งสำรวจความเสียหาย
จากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดพังงา ล่าสุด เช้าวันนี้ระดับน้ำลดลงเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างเร่งสำรวจความเสียหาย เบื้องต้นพบมีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 100 ครอบครัว บ้านเรือนถูกน้ำท่วมประมาณ 60 หลัง บางจุดไม่สามารถพักอาศัยได้ จึงจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวรองรับผู้เดือดร้อน เพื่อเร่งให้การช่วยเหลือเยียวยาประชาชนต่อไป
ฝนถล่ม น้ำล้นคลองไหลเข้าท่วมชุมชน เสียหายหนัก จ.กระบี่
ส่วนที่จังหวัดกระบี่ ก็เจอฝนตกหนักไม่แพ้กัน เป็นคลิปวิดีโอจากผู้ใช้งาน TikTok เผยให้เห็นภาพขณะขับขี่ท่ามกลางสายฝน ที่กระหน่ำลงมาอย่างหนัก จนทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลง เหลือเพียงไม่กี่เมตร และมีกระแสลมพัดรุนแรง จนต้นไม้ข้างทางแกว่งไกวอย่างน่ากลัว
สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ มวลน้ำป่าสีแดงขุ่นข้น ไหลเชี่ยวกรากทะลักเข้าท่วมชุมชนอย่างรวดเร็ว ในช่วงกลางคืน ระดับน้ำท่วมสูงขยายวงกว้าง จนมิดเสาไฟฟ้าและทางเท้า บางจุดระดับน้ำท่วมสูงเลยหัวเข่า และเกือบถึงระดับเอว รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ชาวบ้านหลายคนต้องตื่นกลางดึกมาคอยสังเกตสถานการณ์น้ำ
ต่อมาช่วงเช้า สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดกระบี่ เริ่มคลี่คลาย หลังฝนหยุดตก และระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง ชาวบ้านในชุมชนเมืองเก่าพัฒนา และพื้นที่อำเภออ่าวลึก เร่งทำความสะอาดบ้านเรือนและร้านค้า ที่ถูกน้ำจากคลองกระบี่ใหญ่ เอ่อล้นเข้าท่วมช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ระดับน้ำสูงสุดกว่า 1 เมตร ส่งผลให้บ้านเรือนเสียหายกว่า 100 หลัง รถยนต์เสียหาย 3 คัน ขณะที่พื้นที่อ่าวลึก มีประชาชนได้รับผลกระทบเบื้องต้น 260 ครัวเรือน
เทศบาลเมืองกระบี่ เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวรองรับผู้ประสบภัยกว่า 80 คน พร้อมระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ และสำรวจความเสียหาย โดยเจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีโอกาสเกิดฝนตกซ้ำในพื้นที่
ส่วนที่อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง พบว่าบริเวณหน้าวัดเขาแก้ว มีมวลน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นผิวจราจร กระแสน้ำสีน้ำตาลขุ่นไหลพาดผ่านถนน และท่วมสูงจนเกือบมิดเกาะกลางถนนและป้ายบอกทาง ระดับน้ำที่ท่วมสูง ส่งผลกระทบต่อรถทุกชนิดอย่างรถยนต์ขนาดใหญ่ เช่น รถบรรทุกพ่วง และรถยนต์กระบะยกสูง ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก ในการขับฝ่ากระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ขณะที่รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ขนาดเล็ก ไม่สามารถสัญจรผ่านบริเวณดังกล่าวได้ชั่วคราว ประชาชนบางคนต้องลงมายืนลุยน้ำ เพื่อประเมินสถานการณ์
หลบฝนในกระท่อมกลางนา ถูกฟ้าผ่าเสียชีวิต จ.ขอนแก่น
ส่วนเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นที่อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น หลังพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง พัดถล่มพื้นที่ เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ทำให้ผู้สูงอายุ 2 คน ถูกฟ้าผ่าเสียชีวิต ขณะเข้าไปหลบฝนในกระท่อมกลางนา ที่บ้านนาโพธิ์ ตำบลหนองบัว
จากการตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย อายุ 61 ปี และ 67 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ภายในกระท่อม ที่เกิดเหตุเป็นกระท่อมยกพื้นสูง ประมาณ 1 เมตร ตั้งอยู่กลางพื้นที่ปลูกอ้อยและที่นา มีต้นไม้ใหญ่และสระน้ำอยู่ด้านข้าง
ขณะที่ญาติซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปราว 3 เมตร รอดชีวิตอย่างหวุดหวิด เล่าว่า ทั้ง 2 คน กำลังจะเดินทางกลับบ้าน หลังจากไปทำงานที่นา แต่เกิดฝนตกหนักและฟ้าคะนอง จึงเข้าไปหลบฝนในกระท่อม ก่อนเกิดฟ้าผ่าลงมาอย่างรุนแรง
ตำรวจ สภ.บ้านฝาง ระบุว่า ภายในกระท่อม ไม่พบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือสิ่งที่อาจล่อฟ้า มีเพียงหลังคาสังกะสีเท่านั้น เบื้องต้นญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำร่างส่งชันสูตรตามขั้นตอนกฎหมาย