จากกรณีมีชายหญิงคาดว่าจะเป็นพ่อและแม่ อุ้มทารกเพศหญิง ห่อผ้าขนหนูสีชมพู คลุมด้วยผ้าเช็ดตัวสีน้ำเงิน มาวางทิ้งไว้ใต้ต้นจามจุรี หลังโกดังสิงห์อีสาน ซอยจันทร์เจริญสุข ชุมชนดอนอุดม เขตเทศบาลนครอุดรธานี โดยมีเด็กชายอายุ 10-12 ปี 3 คน ไปหาปลาที่คลองระบายน้ำ พบและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบว่าตัวเขียวคล้ำ ไม่หายใจ กู้ชีพได้พยายาม CPR ช่วยเหลือ และนำส่งโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี แต่ไม่มีสัญญาชีพกลับมา ตำรวจตรวจกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ พบชายชาวต่างชาติ ขาว สูง ผมสีน้ำตาล และหญิงอุ้มทารกมาทิ้งตั้งแต่เวลา 09.20 น.และมาพบในเวลา 17.30 น. วันที่ 10 มิถุนายน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 12.00 น. วันนี้ (11 มิ.ย. 69) ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.พิเชฐ ปักเคธาติ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ต.บรรเทิง ทัพโยธา สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ได้ตรวจภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณใกล้จุดเกิดเหตุ พบผู้ชายชาวต่างชาติ และผู้หญิงผิวสี อุ้มห่อผ้าและสะพายเป้ เดินมาจากถนนร้านเนื้อย่าง ถึงสะพานซอยจินตคาม แล้วเลี้ยวซ้ายไปถนนหลังวัดทิพย์สันติวัน ก่อนไปเดินไปทางซอยจันทร์เจริญสุข แล้วหยุดที่หน้าบ้านริมคลองซึ่งมีกล้องวงจรปิด ยืนพูดคุยกันประมาณ 3 นาที ก่อนจะนำทารกไปทิ้งไว้ใต้ต้นจามจุรี แล้วเดินหนีไปทางซอยดอนอุดม ไปถนนอำเภอ โดยไม่ย้อนกลับทางเดิม
พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ เปิดเผยต่อว่า ตำรวจสืบสวนได้ออกสืบสวนตามโรงแรม รีสอร์ต หอพัก บริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ รัศมี 1 กิโลเมตร แต่ก็ไม่พบว่ามีชายหญิงอุ้มลูกเข้าพัก แต่มีโรงแรมแห่งหนึ่งใกล้ที่เกิดเหตุ ให้ข้อมูลมาว่า ค่ำวันจันทร์มีชายชาวต่างชาติ เข้ามาสอบถามราคาห้องพัก พอพนักงานบอกว่าราคา 1,400 บาท ก็ไม่ประสงค์จะเข้าพัก โดยให้เหตุผลว่าราคาแพง และหลังจากมีภาพข่าวออกไป ตำรวจจังหวัดหนองคาย ได้โทรประสานมาทางตำรวจสืบสวนเมืองอุดรธานี แจ้งว่า ชายหญิงดังกล่าว ปรากฏตัวที่หนองคาย ผู้ชายเป็นชาวยุโรป อายุ 39 ปี ส่วนผู้หญิงเป็นชาวอเมริกัน อายุ 29 ปี อุ้มทารกเพศหญิงอายุประมาณ 2 สัปดาห์ มาทำพิธีบางอย่างในร้านกาแฟดัง จากนั้นก็มาปรากฏตัวเป็นข่าวทิ้งทารกที่ จ.อุดรธานี
พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยอีกว่า จากการสอบถาม ด.ต.เจริญ จันทร์รักษ์ ผบ.หมู่ จร.สภ.เมืองอุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุทางจราจร ทราบว่า ขณะพบ เด็กทารกยังตัวอุ่น แต่ไม่มีชีพจร จึงได้ช่วยทำ CPR ประมาณ 15 นาที และส่งต่อให้กู้ชีพ รพ.ศูนย์อุดรธานี ปรากฎว่าสัญญาณชีพไม่ขึ้นและเสียชีวิต ขณะนี้ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้ประสานกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย ตรวจสอบบุคคลดังกล่าวเดินทางออกนอกประเทศหรือยัง ซึ่งจากการตรวจสอบปรากฏว่า ยังไม่มีการเดินทางออกนอกประเทศทางด่านตรวจคนเข้าเมืองสะพานมิตรภาพ อ.เมือง จ.หนองคาย ส่วนทางช่องทางธรรมชาติยังไม่ได้ตรวจสอบ จึงคาดว่าชายหญิงดังกล่าวยังอยู่ในประเทศไทย ซึ่งตำรวจสืบสวนหาชายหญิงคู่นี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป