เผยผลตรวจน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวอุดรฯ พบสารไนไตรต์ ใช้ผิดเสี่ยงตาย

เผยผลตรวจน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวอุดรฯ พบสารไนไตรต์ ใช้ผิดเสี่ยงตาย

View icon 298
วันที่ 11 มิ.ย. 2569 | 18.06 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กรมวิทย์ฯ เผยผลตรวจผงปริศนาสีขาว ปรุงน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว ที่ อุดรฯ พบ “สารไนไตรต์” ย้ำ ! ไม่ใช่เกลือปรุงอาหาร ใช้ผิดเสี่ยงตาย

วันนี้ ( 11 มิ.ย. 69 ) ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้า การตรวจตัวอย่าง กรณี ชาวบ้านรับประทานก๋วยเตี๋ยวจากร้านแห่งหนึ่งภายในชุมชนพรสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี และมีอาการป่วยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี ได้รับตัวอย่างจากโรงพยาบาลอุดรธานี เพื่อตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการอย่างเร่งด่วน โดยตัวอย่างที่ส่งตรวจจำนวน 4 ตัวอย่าง ประกอบด้วย อาเจียนของผู้ป่วย 2 ตัวอย่าง น้ำซุปก๋วยเตี๋ยวเนื้อหมู และเนื้อไก่ 1 ตัวอย่าง และผงสีขาวไม่ทราบชนิด 1 ตัวอย่าง โดยตรวจสอบการปนเปื้อนของสารเคมีต้องสงสัย อาทิ สารเคมีกลุ่มไนเตรต ไนไตรต์ และสารไซยาไนด์

ล่าสุด จากการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผลตรวจยืนยัน ผงสีขาว พบว่าเป็นสารไนไตรต์ ความบริสุทธิ์ ร้อยละ 99.2 ส่วนผลตรวจตัวอย่าง อาเจียนผู้ป่วยพบสารไนไตรต์และไนเตรต ส่วนผลตรวจตัวอย่างน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว ตรวจพบปริมาณไนไตรต์ 2,933 มิลลิกรัมต่อลิตร ดังนั้นการบริโภคน้ำซุปเพียงประมาณ 1 ช้อนชา จะทำให้ได้รับไนไตรต์เกินค่าปริมาณที่ยอมรับได้ต่อวัน ที่ JECFA กำหนด (4.0 มิลลิกรัมต่อคนต่อวัน) ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพเมื่อรับประทานต่อเนื่องทุกวัน หากรับประทานในปริมาณสูงเกินกว่า 1 ลิตร หรือเทียบเท่ากับก๋วยเตี๋ยว 3 ชามในครั้งเดียว จะทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

ทั้งนี้สารไนไตรต์ หรือที่เรียกกันว่า “เกลือถนอมอาหาร” หรือ “ผงเพรก” เป็นสารที่ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื้อสัตว์ เช่น กุนเชียง ไส้กรอก แหนม และหมูยอ เพื่อช่วยคงสีชมพูแดงของเนื้อสัตว์ และยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียบางชนิด

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่ออีกว่า ไนไตรต์ ไม่ใช่เกลือปรุงอาหาร และไม่ควรนำมาใช้แทนเกลือบริโภคโดยเด็ดขาด เนื่องจากหากร่างกายได้รับในปริมาณสูง อาจส่งผลกระทบต่อระบบการขนส่งออกซิเจนในเลือด ทำให้เกิดอาการตัวเขียวคล้ำ หายใจหอบเหนื่อย เวียนศีรษะ หัวใจเต้นผิดปกติ และในกรณีรุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 468) พ.ศ. 2568 กำหนดให้ใช้ไนไตรต์ในการถนอมอาหารของผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ได้ไม่เกิน 80 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม โดยต้องใช้ภายใต้การควบคุมตามมาตรฐานความปลอดภัยอาหารอย่างเคร่งครัด

ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยังคงเร่งตรวจวิเคราะห์สารปนเปื้อนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด โดยเมื่อผลการตรวจสอบแล้วเสร็จ จะรีบแจ้งให้ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอาหารและคุ้มครองสุขภาพของประชาชนอย่างสูงสุด

ทั้งนี้ฝากถึงผู้ประกอบการ ควรมีการจัดเก็บ และบริหารจัดการสารเคมีก่อนนำไปทิ้ง สำหรับผู้บริโภค ไม่ควรเก็บสิ่งของที่ไม่ทราบที่มาที่ไปมาใช้หรือประกอบอาหารแม้จะมีลักษณะคล้ายเครื่องปรุงที่ใช้ในครัวเรือน เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง