11 มิ.ย. 69 ชาวบ้านญาติโยมถ่ายคลิปส่งมาร้องเรียนผ่านสื่อ และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่พระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่ง ขับรถรับส่งเด็กนักเรียนด้วยตัวเอง โดยชาวบ้านให้ข้อมูลว่า รถรับส่งนักเรียนคันดังกล่าว เป็นธุรกิจของครอบครัวพระ จึงมองว่าเป็นพระมาหารายได้ด้วยการขับรถรับส่งนักเรียน แบบนี้ไม่เหมาะสม เห็นแล้วรู้สึกไม่สบายใจ พระควรทำกิจของสงฆ์
จากนั้น ทีมข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบตามที่ได้รับร้องเรียน ที่บริเวณลานจอดรถหน้าร้านสะดวกซื้อในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ก็พบพระรูปหนึ่งห่มจีวรยืนรอรับเด็กนักเรียนอยู่ข้างรถกระบะ ที่ถูกดัดแปลงเป็นรถรับส่งนักเรียนจริง
ทีมข่าวจึงได้เข้าไปสอบถามพระรูปดังกล่าว ก็ยอมรับว่า เป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งใน ต.เขาคอก อ.ประโคนชัย ได้มาขับรถรับส่งเด็กนักเรียนตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย. 69 แล้ว ซึ่งภรรยาทำอาชีพรับจ้างรับส่งนักเรียน ปกติจะให้ลูกชายเป็นคนขับ แต่พอตรวจพบว่าลูกชายเสพยาบ้า จึงให้ไปบำบัด ไม่ให้ขับรถ เพราะผู้ปกครองไม่สบายใจ จึงได้โทรศัพท์ไปบอกลูกสาวที่ทำงานอยู่ต่างจังหวัด ให้กลับมาขับแทนลูกชาย ลูกสาวก็รับปากว่าจะมา ซึ่งช่วงที่รอลูกสาวกลับมา หลวงพ่อจึงมาขับรับ-ส่งนักเรียนแทนก่อน เพราะกลัวว่าจะไม่มีคนไปรับ-ส่ง
ปัจจุบันต้องรับส่งนักเรียนวันละ 14 คน ในจำนวนนี้เป็นหลาน 3 คน ส่วนอีก 11 คน เป็นลูกหลานของโยม โดยจะได้ค่าจ้างรับส่งเฉลี่ยคนละ 400 กว่าบาทต่อเดือน แต่หลวงพ่อไม่ได้รับเงิน เพราะเป็นของภรรยา แค่มาขับแทนช่วงที่รอลูกสาวกลับมาเท่านั้น
หลวงพ่อ ยังบอกอีกว่า หากหลวงพ่อไม่มาขับรับส่งนักเรียน ก็สงสาร กลัวจะไม่มีคนรับส่งไปโรงเรียน ซึ่งผู้ปกครองก็รับรู้ ส่วนใหญ่ก็บอกว่า เห็นหลวงพ่อมาขับเองรู้สึกสบายใจกว่า สำหรับตัวหลวงพ่อเอง ก็ยอมรับว่ามันดูไม่เหมาะสม เพราะไม่ใช่กิจของสงฆ์ แต่เป็นเหตุจำเป็นจึงต้องทำ หากลูกสาวกลับมาแล้วก็จะหยุด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา
ขณะที่ ชาวบ้านบางคน บอกว่า เห็นแล้วก็ไม่สบายใจและมองว่าไม่เหมาะสม เพราะพระก็ต้องทำหน้าที่ของสงฆ์ ไม่ใช่ฆราวาส การเป็นพระแล้วมาขับรถรับจ้างรับ-ส่งนักเรียนแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่หากจะมาประกอบอาชีพเหมือนโยมทั่วไป ก็ต้องสึกจากการเป็นพระแล้วค่อยมาขับหรือทำอาชีพก็ไม่มีใครว่าอะไร จะได้ไม่ถูกครหา