ประสานจิตแพทย์ตรวจคู่รักชาวต่างชาติ ทิ้งทารก

View icon 20
วันที่ 12 มิ.ย. 2569 | 13.14 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตำรวจประสานจิตแพทย์ ตรวจสภาพจิตใจชาย-หญิง ชาวต่างชาติ ทิ้งทารกใต้ต้นจามจุรี ที่จังหวัดอุดรธานี หลังทั้งคู่ปฏิเสธหมายจับ ไม่ให้ความร่วมมือการสอบสวน แถมยังท่องบทสวดลั่นโรงพัก

ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ไล่เช็คภาพวงจรปิดเพิ่มเติม เพื่อหาเบาะแสผู้ที่นำทารกไปทิ้งใต้ต้นจามจุรี ภายในซอยจันทร์เจริญสุข เขตเทศบาลนครอุดรธานี พบภาพหลักฐาน ชายชาวต่างชาติ และหญิงผิวสี อุ้มทารกห่อผ้า เดินจากร้านเนื้อย่าง ข้ามสะพานไปตามถนนหลังวัดทิพย์สันติวัน มุ่งหน้านำทารกไปทิ้งที่ต้นจามจุรี จากนั้นเดินหนีไป ไม่ได้ย้อนกลับมาทางเดิม

ขณะเดียวกัน ตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย แจ้งเบาะแสเพิ่มเติม ว่าเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ชาย-หญิงชาวต่างชาติ อุ้มทารกเพศหญิงมาทำพิธีบางอย่างในร้านกาแฟ

กระทั่งบ่ายโมง เมื่อวานนี้ ตำรวจจับกุม หญิง อายุ 29 ปี สัญชาติอเมริกัน และ ชาย อายุ 39 ปี สัญชาติสวีเดน ได้ภายในโรงแรม ที่อยู่ในชุมชนหนองบัว เขตเทศบาลนครอุดรธานี เมื่อตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่า อยู่ในราชอาณาจักรไทย เกินกว่ากำหนดตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 

ขณะที่ ผู้หญิงร้องไห้โวยวาย ปฏิเสธ ไม่ยอมรับว่าทิ้งทารก เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สถานีตำรวจท่องเที่ยวอุดรธานี พร้อมนำหลักฐานไปขอศาลฯ ออกหมายจับทั้ง 2 คน ในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ทอดทิ้งเด็ก เป็นเหตุทำให้เด็กถึงแก่ความตาย

และระหว่างที่ทั้ง 2 คน ถูกคุมตัวอยู่ในห้องสอบสวนกลับนั่งสวดคาถา เสียงดังลั่น เมื่อล่ามแปลนำหมายศาลฯ มาอ่านให้ฟัง ผู้ต้องหาปฏิเสธโวยวาย ฝ่ายชายขัดขืนไม่ให้ตำรวจคุมตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.เมืองอุดรธานี จนต้องหิ้วปีกคุมตัวขึ้นรถ

เมื่อถึง สภ.เมืองอุดรธานี ผู้ต้องหา ก็ขอสวดคาถา ที่รู้ว่าเป็นของศาสนา หรือลัทธิใด สร้างความงุน งง ให้ตำรวจอย่างมาก และผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ พูดเบี่ยงแบนตลอดเวลา

ทั้งนี้ ตำรวจสอบสวน พบว่า เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ผู้หญิงคลอดลูกเองที่จังหวัดหนองคาย ก่อนนำมาทิ้งที่จังหวัดอุดรธานี และยังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง เพราะทั้ง 2 คน ไม่ยอมรับหมายจับ ไม่ให้ความร่วมมือสอบสวน ปฏิเสธตรวจสารเสพติด ทำให้เช้าวันนี้ต้องประสานจิตแพทย์ ตรวจสภาพจิตใจของชาวต่างชาติทั้ง 2 คน และรอผลชันสูตรศพเด็กทารกว่าเสียชีวิตจากสาเหตุใด รวมทั้งรอผลตรวจดีเอ็นเอว่าตรงกับทั้ง 2 คนหรือไม่ หรือเป็นเด็กนำมาจากที่อื่น แต่เบื้องต้นตำรวจได้ประสานสถานทูตทั้ง 2 ประเทศ ร่วมรับฟังการสอบสวน และแจ้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกินเก้าปี จนถึงแก่ความตาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง