นายกฯ แถลงยึดทรัพย์ ชี้ความสำเร็จไม่ใช่แค่จับ แต่ผู้เสียหายต้องได้เงินคืน

นายกฯ แถลงยึดทรัพย์ ชี้ความสำเร็จไม่ใช่แค่จับ แต่ผู้เสียหายต้องได้เงินคืน

View icon 280
วันที่ 12 มิ.ย. 2569 | 15.35 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ยึด-อายัดทรัพย์มาแล้ว 4 หมื่นล้าน อนุทิน ลั่นความสำเร็จไม่ใช่แค่จับ คนพวกนี้ในคุกก็เปลืองข้าวสุก แต่ต้องส่งคืนเงินประชาชนที่ตกเป็นผู้เสียหาย จากนี้ คนทำผิด คอต้องตก ต้องสลดสำนึกในการกระทำ พร้อมแก้กฎหมายอุดช่องโหว่ทั้งหมด

วันนี้ (12มิ.ย.69) ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงข่าว การยึด-อายัดทรัพย์สินรายคดีสำคัญ และการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายตามคำสั่งศาล

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากก่อนหน้านี้มีการแถลงผลปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติด เครือข่าย “หนูเฉิน” และเครือข่ายคนจีนผู้กระทำผิด ซึ่งเป็นการปราบปรามยาเสพติดล็อตใหญ่ วันนี้เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญต่อความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องประชาชน คือ การยึด และอายัดทรัพย์สินของมิจฉาชีพที่หลอกลวงประชาชน นำไปสู่กระบวนการคืนเงินให้กับผู้เสียหาย ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก เพราะเมื่อถูกหลอกลวงความทุกข์ที่สุดคือจะไม่ได้เงินคืน เป้าหมายของเราไม่ได้เพียงแค่จับดำเนินคดีเพียงอย่างเดียว พวกนั้นอยู่ในคุกก็เปลืองข้าวสุก แต่ต้องเร่งนำทรัพย์สินที่ประชาชนถูกหลอกลวงได้นำกลับคืน
    
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าทุกท่านไม่ให้ความร่วมมือ จึงต้องขอบคุณเพื่อนร่วมงานทุกคนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และไม่หวั่นไหวต่ออิทธิพลใด ๆ ทุกครั้งที่ทำงานใหญ่แบบนี้ คงเคยประสบปัญหาการให้ปัดเป่าคดี การผ่อนหนักเป็นเบา ผ่อนเบาเป็นหาย แต่ตั้งแต่ตนเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกฯ เชื่อมั่นต่อทีมงาน ปปง.ทุกคน ทำให้การทำงานเกิดผลสัมฤทธิ์

นายกฯ ย้ำว่า ตั้งแต่เข้ามาเป็นรัฐบาลแรกจนถึงรัฐบาลที่สอง มูลค่าทรัพย์สินที่สามารถประเมินเป็นมูลค่าต่าง ๆ เรายึดทรัพย์มากกว่า 40,000 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริง และความไม่หวั่นไหวต่ออำนาจอิทธิพลใด ๆ ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่มอบหมายให้กับพวกท่าน ที่ให้เป็นทั้งผู้บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ พิชิตอันธพาล อภิบาลประชาชน
    
นายกฯ กล่าวว่า สำหรับผู้กระทำความผิดมีทั้งชาวไทย และต่างชาติ ต้องถือว่าเป็นความผิดมหันต์ที่มารังแกคนไทย ซึ่งต้องเพิ่มความเข้มข้นความเด็ดขาดในการปราบปรามคดี และการยึดทรัพย์ พร้อมกันนี้ จะเร่งแก้ไขกฎหมายทุกด้านที่เป็นช่องโหว่ให้มีความรัดกุมมากที่สุด จะใช้มติคณะรัฐมนตรีอุดช่องโหว่นั้น อาจจะออกเป็นมาตรการประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ถ้าไม่ทันใจจะออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โดยใช้มติของคณะรัฐมนตรี ในการช่วยสนับสนุนภารกิจของทุกคน

“จากนี้ไปคนทำผิด คอต้องตก ต้องสลดสำนึกในการกระทำ ยืนยันว่ารัฐบาลและหน่วยงานจะดำเนินการอย่างเต็มที่ให้หลาบจำ เพราะสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้คือชื่อเสียงของประเทศไทย ความเชื่อมั่นของต่างชาติ หรือแม้แต่คู่ค้าของประเทศหากมีเรื่องเหล่านี้จะเกิดผลกระทบ ทำให้เขาไปเลือกประเทศอื่นส่งผลให้ประเทศไทยเสียโอกาสมากมาย วันนี้เราจึงต้องเรียกแขกทั้งหมดให้กลับมาประเทศไทยอีกครั้ง เพื่อที่เขามาแล้วเงินทุกบาททุกสตางค์ของเขามีความคุ้มค่า และปลอดภัย”
     
สำหรับการยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมรอบนี้ มีการยึด และอายัดทรัพย์สิน นายวิริยะกับพวก หลังพบมีธุรกรรมเชื่อมโยงกับเครือข่ายบัญชีม้าของเว็บไซต์พนันออนไลน์ จำนวน 128 รายการ มูลค่ากว่า 173 ล้านบาท ยึดและอายัดทรัพย์สินนางสาวธัญชนก กับพวก หลังพบพฤติกรรมลักลอบหนีภาษี จำนวน 104 รายการ มูลค่า 94 ล้าน

นอกจากนี้ ยังขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินในคดีของนางสาวแตงไทย เครือข่ายของยิมเลียก รวมมูลค่าจำนวน 20,288 ล้านบาท และยังนำเงินส่งคืนผู้เสียหายรวม 4 คน 25 ล้านบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง