ระเบิดรังมังกร! ตำรวจไซเบอร์ ขยายผล “หมิงเฉิน ซัน” จีนเทาซุกคลังแสง

ระเบิดรังมังกร! ตำรวจไซเบอร์ ขยายผล “หมิงเฉิน ซัน” จีนเทาซุกคลังแสง

View icon 97
วันที่ 12 มิ.ย. 2569 | 15.31 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ตร.ไซเบอร์เปิดปฏิบัติการ “ระเบิดรังมังกร” ขยายผล “หมิงเฉิน ซัน” จีนเทาซุกคลังแสงโยงสแกมเมอร์ เครือ Prince Group ค้น 14 จุด ยึดทรัพย์กว่า 583 ล้านบาท

วันที่ 12 มิ.ย. 69 ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการ “ระเบิดรังมังกร” ขยายผล “หมิงเฉิน ซัน” จีนเทาซุกคลังแสง โยงสแกมเมอร์ เครือข่าย Prince Group ค้น 14 จุด ที่กรุงเทพฯ สมุทรปราการ และเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2569 ยึดทรัพย์กว่า 583 ล้าน 

สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท และพล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจออกสืบสวนและบูรณาการข้อมูลจากคดีสำคัญเกี่ยวกับสแกมเมอร์ 5 คดี ได้แก่ คดีอาญาของ สน.ดินแดง ที่ 462/2564, คดีอาญาของ สภ.หนองขาม จว.ชลบุรี ที่ 727/2564, คดีอาญาของ สน.บางเขน ที่ 1471/2565, คดีอาญาของ สน.ศาลาแดง ที่ 452/2565 และคดีรับแจ้งความออนไลน์ของ บก.สอท.2

ซึ่งเป็นคดีที่ผู้เสียหายถูกหลอกลวงให้ลงทุนผ่านแพลตฟอร์มปลอมในลักษณะ Hybrid Scam โดยคนร้ายใช้สื่อสังคมออนไลน์สร้างความสัมพันธ์กับผู้เสียหาย ก่อนชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลและหลอกโอนเงินเข้าสู่ระบบบัญชีม้า

ต่อมาตำรวจยังตรวจสอบเส้นทางการเงินเพิ่มเติมพบว่า เงินของผู้เสียหายในคดีดังกล่าว มีความเชื่อมโยงอย่างสลับซับซ้อนกับบัญชีธนาคารของ MR.MINGCHEN SUN ซึ่งเป็นผู้รับโอนเงินจำนวนมหาศาลผ่านบัญชีธนาคารหลายบัญชี จากบุคคลสัญชาติต่าง ๆ ในเครือข่ายเดียวกันหลายราย รวมกว่า 100 ล้านบาท

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบหลักฐานความเชื่อมโยงทางการเงินกับบุคคลสำคัญในคดี และผู้เกี่ยวข้องกับการถือครองทรัพย์สิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบอีกด้วย

จากการสืบสวนสอบสวนอย่างต่อเนื่อง พบว่าแม้ทั้ง 5 คดีจะเกิดต่างกรรม ต่างวาระ และผู้เสียหายถูกหลอกลวงผ่านแพลตฟอร์มแตกต่างกัน แต่เงินของกลุ่มผู้เสียหายกลับถูกนำเข้าสู่ระบบฟอกเงินอย่างสลับซับซ้อน ผ่านบัญชีม้า 
การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และระบบการเงินใต้ดิน ก่อนถูกส่งต่อไปยังกลุ่มผู้จัดการทางการเงิน จนไปถึงผู้รับผลประโยชน์ระดับบนของเครือข่ายกลุ่มเดียวกัน จึงพิสูจน์ได้ว่าคดีที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเดียวกัน เมื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินรวมทั้งธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้ต้องหาในคดี Hybrid Scam ทั้ง 5 คดี

เจ้าหน้าที่ตำรวจพบหลักฐานความเชื่อมโยงไปยังเครือข่ายของ นายหมิงเฉิน ซัน (MR.MINGCHEN SUN) อายุ 30 ปี สัญชาติจีน ผู้ซึ่งประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำในพื้นที่ สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อค่ำวันที่ 9 พ.ค.2569 หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ร่วมกันตรวจค้นเจอพบอาวุธปืนพกสั้น Glock 26 แล้วนำไปสู่การตรวจค้นที่พักพบอาวุธสงคราม และระเบิดทำลายล้างสูงจำนวนมากจนถูกดำเนินคดี ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จับกุมผู้เกี่ยวข้องแล้ว จำนวน 11 ราย รวม 7 คดี จากนั้นสืบสวนขยายผลพบความเชื่อมโยงกับคดีอาชญากรรมออนไลน์แล้ว จำนวน 4,143 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 815 ล้านบาท

โดยล่าสุด พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เธียรธวัช อรรจนะเวทางค์ รอง ผบก.สอท.1 และ พ.ต.อ.ปรีดา คงจัด รอง ผบก.สอท.1 พร้อมด้วย ผกก.ในสังกัด บก.สอท.1 – 5
ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดนับร้อยนาย เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น จำนวน 14 จุด ทั้งในพื้นที่ กทม. สมุทรปราการ และเชียงใหม่ ผลการตรวจค้น สามารถตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดได้หลายรายการ อาทิ อสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้านพักหรู วิลล่าและห้องชุดในโครงการระดับลักชัวรี รถยนต์หรู โฉนดที่ดิน สมุดบัญชีธนาคาร บัตรเครดิต เอกสารทางการเงิน เอกสารการถือครองทรัพย์สิน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และพยานหลักฐานดิจิทัลจำนวนมาก รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดประมาณกว่า 583 ล้านบาท

จากการตรวจสอบพยานหลักฐานที่ตรวจยึดได้จากการตรวจค้นทั้ง 14 จุด เจ้าหน้าที่พบข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการถือครองทรัพย์สินแทน การเคลื่อนย้ายเงิน การบริหารจัดการทรัพย์สิน และความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลในเครือข่าย
ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก โดยเชื่อว่าสามารถขยายผลไปสู่การดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมได้อีกหลายราย รวมทั้งขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดตามพยานหลักฐานที่ปรากฏต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง