วันนี้ (12 มิ.ย. 69) จากกรณีบนโลกโซเชียลที่มีการโพสต์ภาพชายคนหนึ่งที่ยื่นอยู่ตามป้ายรถเมล์ พร้อมข้อความเตือนภัยให้ระวังจะถูกชายคนดังกล่าวทำร้าย และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยติดตามตัวมาดำเนินคดี
ล่าสุดที่ห้องปฏิบัติการสายตรวจ สน.ดอนเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวนายแชมป์ อายุ 33 ปี ชายที่ถูกร้องเรียนจากประชาชนว่ามีพฤติกรรมชอบทำร้ายร่างกายผู้อื่น พร้อมนางณี อายุ 67 ปี ผู้เป็นแม่ เข้าพบเพื่อพูดคุยและสอบถามข้อเท็จจริง
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า นายแชมป์เป็นผู้ป่วยออทิสติกมาตั้งแต่เกิด และมีการเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ ว่ามักจะมีชายชอบเดินและทำร้ายคนที่ยื่นรอรถที่ป้ายรถเมล์เป็นประจำ
โดยต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ไปยังที่พักของนายแชมป์ แต่ไม่พบตัว จึงได้ประสานและพูดคุยกับครอบครัว เพื่อขอความร่วมมือในการดูแลและเฝ้าระวังพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด โดยทางครอบครัวยืนยันว่าจะเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลมากยิ่งขึ้น
ทางด้านนางณี ผู้เป็นแม่ เปิดเผยว่า ลูกชายป่วยเป็นออทิสติกมาตั้งแต่กำเนิด และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้เข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ไม่เคยขาดยาและพบแพทย์ที่โรงพยาบาลศรีธัญญาตามนัดโดยตลอด
โดยอาการเริ่มกำเริบหนักขึ้นในช่วงประมาณ 3 ปี ที่ผ่านมา ก่อนจะย้ายมารักษาที่โรงพยาบาลบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ส่วนสาเหตุที่ต้องย้ายเพราะสิทธิ์ได้ย้ายมารพ.ย่านสีลม ซึ่งต้องถูกส่งตัวมารักษาที่ รพ.โรงพยาบาลบ้านสมเด็จเจ้าพระยา แทนและเมื่อราว 1 เดือนก่อน หลังปรับแนวทางการรักษา อาการโดยรวมเริ่มดีขึ้น แต่ยังมีอาการกำเริบเป็นบางช่วง
นางณี ยอมรับว่า ที่ผ่านมาลูกชายเคยมีอาการกำเริบ และมีพฤติกรรมทำร้ายผู้อื่นหลายครั้ง โดยเชื่อว่าส่วนหนึ่งอาจเกี่ยวข้องกับปมฝังใจในวัยเด็กจากเหตุการณ์ที่ถูกทำร้ายร่างกาย
อย่างไรก็ตาม ตนได้ตักเตือนลูกชายมาโดยตลอดว่าไม่ควรใช้ความรุนแรงกับผู้อื่น และหากก่อเหตุจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บก็อาจจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
โดยทุกครั้งที่ลูกชายออกจากบ้านจะให้พกบัตรประจำตัวผู้ป่วยออทิสติกติดตัวไว้เสมอ รวมถึงเขียนข้อความออทิสติก ห้อยไว้กับบัตร โดยตนจะคอยโทรศัพท์ติดตามอยู่ตลอด เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ซึ่งลูกชายเป็นคนที่ชื่นชอบการนั่งรถโดยสารสาธารณะ จึงมักเดินทางออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านตามสถานที่ต่าง ๆ เป็นประจำ
ส่วนกรณีล่าสุดที่บริเวณป้ายรถโดยสารย่านพระราม 9 เบื้องต้นทราบว่าหลังจากที่ลงจากรถโดยสาร นายแชมป์ได้เข้าไปทำร้ายผู้เสียหายบริเวณใบหน้า ซึ่งครอบครัวเชื่อว่าเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงที่อาการกำเริบ
ทางด้านนางณี อยากขอโทษผู้เสียหายทุกคน ในฐานะแม่ขอน้อมรับผิดและขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าลูกชายไม่ได้มีเจตนาทำร้ายใคร ขณะที่นายแชมป์ ได้ยกมือไหว้ผู้สื่อข่าว พร้อมกล่าวสั้น ๆ ว่า “ผมขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ”
ส่วนทางด้าน พ.ต.ท.วรภัทร สุขไทย รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม สน.ดอนเมือง เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องนี้เจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมของนายแชมป์มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ออกติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาโดยตลอด
โดยตร. ได้ประสานผู้เป็นแม่ให้พาเข้ามาพูดคุยและชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมกำชับให้ดูแลอย่างใกล้ชิดและตักเตือนไม่ให้ก่อเหตุซ้ำอีก และจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้นายแชมป์เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาอย่างเหมาะสม โดยมีเป้าหมายเพื่อให้อาการดีขึ้นและสามารถใช้ชีวิตร่วมกับสังคมได้อย่างปลอดภัย
ภายหลังการพูดคุยเสร็จสิ้นเจ้าหน้าที่พร้อมญาติได้นำตัวนายแชมป์ขึ้นรถตู้ของ สน.ดอนเมือง เพื่อส่งเข้ารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลบ้านสมเด็จเจ้าพระยา โดยระหว่างการนำตัวขึ้นรถ นายแชมป์มีอาการตื่นตกใจและพยายามหลบเลี่ยง เจ้าหน้าที่จึงต้องช่วยกันควบคุมสถานการณ์ พร้อมพูดคุยทำความเข้าใจ ก่อนนำตัวขึ้นรถและเดินทางไปยังโรงพยาบาล เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาและติดตามอาการอย่างต่อเนื่องต่อไป