พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานในพิธีปิดการอบรมหลักสูตร Royal Project International Workshop "The Challenges of Organic Production and Marketing in Highland" และมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรม จำนวน 27 คน จาก 6 ประเทศ อาทิ บังกลาเทศ ภูฏาน ลาว มองโกเลีย เมียนมา และไทย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-12 มิถุนายน 2569 เพื่อเผยแพร่หลักสูตรการเรียนรู้มูลนิธิโครงการหลวงให้แพร่หลายเป็นประโยชน์ในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสนับสนุนการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ
จากนั้น ติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้างและพัฒนาพื้นที่ภายในศูนย์วิจัยฯ อาทิ บ้านพักและกำแพงกันดิน, อาคารจัดเก็บวัตถุดิบชา สำหรับรวบรวมใบชาแห้งจากพื้นที่ต่าง ๆ ของมูลนิธิฯ เพื่อตรวจสอบคุณภาพก่อนนำเข้าสู่กระบวนการผลิตและแปรรูป โดยสามารถรองรับการจัดเก็บวัตถุดิบชาได้ไม่น้อยกว่า 50 ตัน พร้อมรับฟังผลการดำเนินงานและข้อเสนอแนะเพื่อให้เป็นไปตามแผนงานพร้อมรองรับภารกิจด้านการวิจัย การพัฒนา และถ่ายทอดองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริอันจะเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และสืบสานงานพัฒนาพื้นที่สูงของมูลนิธิฯ ในอนาคต
ในช่วงบ่าย บรรยายพิเศษในหลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง (ว.ก.ส.) รุ่นที่ 6 ในหัวข้อเรื่อง "โครงการหลวง : การพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน" โดยกล่าวถึงพระอัจฉริยภาพและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงวางรากฐานการพัฒนาพื้นที่สูงของไทยผ่านโครงการหลวง โดยตลอด 57 ปี ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงผลสำเร็จของศาสตร์พระราชาอย่างเป็นรูปธรรม จากพื้นที่ที่เคยเป็นแหล่งปลูกฝิ่นและเผชิญปัญหาความยากจน เปลี่ยนผ่านสู่แหล่งผลิตพืชเศรษฐกิจคุณภาพสูงและเกษตรปลอดภัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบัน มีพืชทางเลือกสร้างรายได้กว่า 280 ชนิด ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตทั้งในระดับประเทศและสากล นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีพื้นที่ได้รับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรกว่า 1.7 ล้านไร่ ควบคู่การส่งเสริมระบบเกษตรที่เหมาะสมตามศักยภาพ การอนุรักษ์ดินและน้ำ การลดการเผาในพื้นที่เกษตร และพัฒนาชุมชนให้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าต้นน้ำ ปัจจุบัน มูลนิธิฯ ได้ดำเนินงานผ่านสถานีวิจัยและศูนย์พัฒนาโครงการหลวง 40 แห่ง ครอบคลุม 8 จังหวัด ดูแลประชาชนกว่า 254,856 คน ใน 592 กลุ่มบ้าน ส่งผลให้ประชาชนมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างรอบด้าน